80% กับ 20%

Posted: มีนาคม 23, 2012 in เรื่องเล่า และเรื่องเลือก

.

ไม่ได้เขียนลง Blog หรือแกะ เพลงใดๆ มานานพอดู แต่ยังเล่น Harp อยู่น่ะครับ ช่วงนี้เริ่มเล่นทุกวัน แต่เป็นการเล่นแบบสนุกๆ เหมือนคนเล่นกีต้าร์นั่งเปิดหนังสือเพลงตีคอร์ดกีต้าร์เล่น อะไรทำนองนั้น น่ะครับ จะไปทำ Clip โชว์ใครเค้าก็เขินเกินไป เพราะเล่นไม่ค่อยจะจบเพลง

แถมช่วงนี้พี่มานะกำลังอัพเวล (ภาษาเกมส์ : Up level มีทักษะในการเล่นสูงขึ้น) ก้าวหน้าไปมาก แถมงานหลวงก็รัดตัวคงเว้นช่วงแกะ Tab ไปสักระยะหนึ่ง (ตอนนี้ได้ข่าวว่า Com เสียต้องลง Windows ใหม่อีกด้วย)

เวลา (เลือก) จับ Harp มาเล่นก็นึกถึงเพื่อนๆ อยู่เสมอว่าก้าวหน้ากันไปถึงไหนแล้วน่ะ หรือเลิกเล่นกันไปหมดแล้ว ไม่ค่อยมีข่าวคราวเลย (แต่คิดว่ายังอยู่กันเยอะเพราะจำนวน State ของคนเข้า Blog ก็ยังหนาแน่นดีอยู่ แถมมี FanPage เกิดขึ้นใหม่อยู่หลาย Page ทีเดียว แต่ก็เป็นที่สังเกตุอยู่อย่างหนึ่งว่าทุกๆ แห่งมีแต่หน้าใหม่หน้าเก่าหายไปไหนกันหมด มองย้อนหลังไปตามทางที่ผ่านมา จึงคิดได้ว่า

เส้นทางของนักเล่น Harp ในบ้านเรามีให้เลือกเพียงสองทางเท่านั้นคือ ต้องใช้ความพยายามเอง หรือไม่ก็ต้องใช้เงินมากขึ้นเท่านั้น (การเปรียบเรื่องราคาขอเทียบกับอูคูเลเล่เพราะกระแสเพิ่งมีก่อนหน้านั้ไม่นานนัก และราคาก็มีช่วงกว้างอยู่ในระดับเดียวกันคือหลักร้อย ถึงหลักหมื่น) อันนี้ไม่ได้พูดขึ้นมาเองลอยๆ แต่รับฟังมาจากสมาชิกใน Blog และจากที่ได้เข้าไปอ่านใน FanPage ต่างๆ มาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว เหตุการณ์ที่พบซ้ำๆ มาหลายเที่ยวแล้วก็คือ

ผู้เริ่มสนใจมักจะสดุดหู สดุดตา และเลือกซื้อ Harp แบบ Diatonic หรือ Tremolo ก็เนื่องจากเป็นที่ชินตา และปรากฎตัวตามสื่อต่างๆ มากกว่าแบบอื่น แม้บางท่านจะยังไม่เลือกซื้อหามาเล่นเลย แต่หาข้อมูลเพื่อตัดสินใจก่อนก็ตาม

ซึ่งข้อมูลที่หามาได้ก็จะพบว่ามี Harp อย่างอื่นอีกตามที่เราก็ทราบกันมา (ถ้ายังไม่ทราบก็ย้อนไปอ่านตั้งแต่วันแรกเมื่อเกือบสองปีที่เขียนมาได้ครับ) แต่นั้นไม่มีผลในการเปลี่ยนแปลงความคิดเลยเพราะ Harp แบบที่เหลือคือ Chromatic (นับเฉพาะที่นิยมเล่น) มีราคาสูงลิบลิ่วจนมือใหม่ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียดการหัดเล่นของทั้งสองแบบว่าแตกต่าง ยากง่ายกว่ากันเพียงใด ก็ตัดสินใจได้ไม่ยากเลยว่า ในเมื่อเล็กกว่า พกพาติดตัวง่าย ราคาก็ถูกกว่า เวลาเล่นก็เท่ห์กว่า (รึเปล่า???) ก็ซื้อได้ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว

สิ่งที่เกิดตามมาก็คือผมพบว่าตาม FanPage ต่างๆ มีการแนะนำกันว่า Diatonic เล่นไม่ได้ทุกเพลง (ซึ่งก็เกือบถูก แต่ผิดครับ เล่นได้ทุกเพลง แต่บางเพลงจะเล่นได้ยากเท่านั้น) โน้ตนี้ไม่มีน่ะ ต้องเลือกเพลงแบบนี้ๆๆๆ นั้นๆๆๆ บลา บลา บลา นั้นทำให้คนอยากเล่นหมดอารมณ์ไปเลย เพราะก็อยากเล่นเพลงนี้อ่ะ ทำไมไม่เหมือนกีตาร์ หรืออูคูเลเล่ ล่ะก็ตีคอร์ดเรื่อยๆ ไปได้ทุกเพลง (แต่มันก็มีข้อจำกัดว่าเล่นเพลงแบบนี้ยากน่ะ ทำนองนี้เหมือนกันแหละครับ) ซื้อมาแล้ว (แม้จะรู้ทีหลังว่ามีแบบอื่นอีก แต่ก็ซื้อมาแล้วอ่ะ ไม่อยากเสียเงินซื้ออีก) เพลงโน้นก็เล่นยาก เพลงนี้ก็เล่นไม่เหมือน (ที่เคยได้ยินมา) เพลงนั้นก็เล่นแล้วไม่เพราะเลย สรุปก็เบื่อไม่เล่นและ ทับกระดาษไว้เฉยๆ

นี่คือเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นเสมอกับมือใหม่ แล้วแก้อย่างไร?

วิธีแรกจากการพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่เล่น Diatonic แนะนำว่าเราต้องลดระดับความคาดหวังในความไพเราะลงบ้าง คือเล่นๆ ไปก่อน เสียงไม่ชัด (เล่น Single note ไม่คล่อง) เพี้ยนบ้างนิดหน่อย (Bending Note ได้ไม่ครบ) ก็ทนๆ ไป พยายามฝึก ฝึก และฝึก แล้วทักษะ รวมทั้งกล้ามเนื้อ (ที่ใช้บังคับลมให้เกิดเสียง) จะแข็งแรงขึ้น เราจะเล่นได้เพราะขึ้นเอง อันนี้ Confirm+ฟันธงครับ ว่าเป็นไปได้ และเป็นไปแล้ว

วิธีที่สองเริ่มใหม่กับ Chromatic อันนี้แทบทุกคน (นับจากที่พูดคุยกับผม และจากการไปคุยใน FanPage ต่างๆ) บอกไม่ไหวมันแพงเกิน เสียเงินไป (หลาย) ทีแล้วกับ Diatonic ซื้อมาอันแรก 100-200 บาท เล่นไม่เพราะแถมเหนื่อยอีก ซื้อใหม่อีกอันตั้งครึ่งค่อนพัน (บางคนซัดรุ่น Hi-end อันเกือบสองพันมาเลย) ก็ยังไม่ค่อยเป็นเพลงเลย แล้วจะให้ซื้ออีกคราวนี้ตั้งเกือบครึ่งหมื่น (ราคาเครื่องคุณภาพดีๆ มันราคานี้จริงๆ ครับในบ้านเรายิ่ง Hohner ราคาในไทยปัจุบันเกินครึ่งหมื่นไปแล้วทุกรุ่น) ไม่หวายย แล้วหลังจากนั้นที่บ้านก็ได้ที่ทับกระดาษเพิ่มมาอีกอัน (หรือสองอัน 5 5 5) แล้วทำอย่างไรเล่าให้ราคาเครื่อง Chromatic คุณภาพดี (คือไม่บาดปาก, ใช้ลมสม่ำเสมอเท่ากันทุกช่อง, รูปร่างมาตราฐานมีจำนวนช่องเสียงเหมือน Brand ชั้นนำ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ที่ราคา 1-2 พันบาท ยังไม่มีในบ้านเรา) มันถูกพอๆ กับ Diatonic คือถ้าราคาสักไม่กี่ร้อยปลายๆ หรือรุ่นเยี่ยมๆ ก็สักพันสองพัน คือเท่ากับ Diatonic เลยว่างั้นเถอะ แล้วจะไปหาที่ไหนหาได้ครับจะเล่าให้ฟัง

ช่วงเดือนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปหาซื้อ Tremolo มาเล่นเนื่องจากที่มีอยู่เป็น Pattern ตะวันตก เสียงจะตรงกับแบบ Diatonic เล่นไม่ถนัด ก็ได้ลองซื้อของ Golden Cup มาลองดู พบว่าใช้ได้ดีพอสมควร จึงเกิดความรู้สีกดีๆ กับของจีน ทำให้ได้ลองค้นหา Brand และรุ่นต่างๆ ของจีนที่มีขายอยู่ใน USA ว่ามีอะไรบ้าง พบว่ามีที่นิยมอยู่ 3 Brand คือ

  • Swan บริษัทที่ผลิตให้ Hohner ในจีน
  • Golden Butterfly ผลิตโดย Wuxi-Suzuki บริษัทร่วมทุนระหว่างจีนกับ Suzuki
  • Huang บริษัทที่เจ้าของคือคนจีนที่เป็นอดีตวิศวกรของ hohner

เนื่องจากมีข้อสงสัยในคุณภาพของเครื่องจีนว่ารุ่นที่ขายใน USA ถ้าคุณภาพไม่ดีจะขายอยู่ได้อย่างไร เพราะราคาถึงจะไม่แพง แต่ก็ต้องใช้เงินอยู่ในระดับเดียวกับรุ่นล่างของ Suzuki ทีเดียว

เป็นจังหวะเดียวกับช่วงนั้นผมได้เข้าไปเลือกดูราคา Harp ใน ebay ให้เพื่อน และไปพบ Golden Butterfly รุ่น WH-10 ซึ่งเป็นเครื่องที่ทำเลียนแบบ CX-12 ของ Hohner จึงได้ไปค้นหาเพิ่มเติมว่ามีผู้ใดเล่นรุ่นนี้บ้าง จนพบสมาชิกใน Forum หนึ่งคุยกันถึงเครื่อง Chromatic ที่ดีที่สุดของจีน ตาม Limk ด้านล่างนี้ครับ

http://www.slidemeister.com/forums/index.php?topic=3924.0

ก็ได้ข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ยังไม่เชื่อต้องลองดูเองก่อน จึงได้เคาะซื้อ WH-10 มาลองใช้ดูพบว่าเป็นไปตามที่กล่าวถึงใน Forum ครับ ในระดับราคาไม่ถึง 2000 บาท (เครื่อง Used สภาพใหม่มาก ค่าส่งถูกเนื่องจากเครื่องเป็นพลาสติกทั้งตัวไม่หนัก) เทียบกับ CX-12 ที่ขายในเมืองไทยราคาไม่ต่ำกว่า 6-7 พันบาท คุณภาพใกล้เคียงกันมาก เสียดายที่เป็นรุ่นที่เลิกผลิตแล้ว แต่ก็แนะนำเพื่อนที่มาอ่านว่า Harp รุ่นสูงๆ ของจีนที่ผลิตจากโรงงานที่ใช้เทคโนโลยี่เดียวกับยี่ห้อดังๆ มีคุณภาพเยี่ยมคุ้มค่าในราคาที่ถูกกว่าหลายเท่าตัวครับ เช่นรุ่นใหญ่สุด 16 ช่อง Swan 1664 Deluxe (รุ่น MouthPiece โค้งมน) ราคาประมาณไม่เกิน 3000 บาท คุณภาพเทียบเท่า Hohner Super 64 ที่ราคา 10000 บาท หรือ Super 64X (รุ่น MouthPiece โค้งมน) ที่ราคา 15000 กว่าบาท

ถ้ามีเวลาฝึกซ้อมจะนำ WH-10 และ CX-12 มาเปรียบเทียบ และถ่ายรูปชิ้นส่วนแต่ล่ะชิ้น (ถอดประกอบด้วยมือเปล่าแบบเดียวกันครับ) ให้ดู และสิ้นเดือนเมษาจะนำ Swan 1248 Deluxe มาทดสอบให้ชม

ส่วนDiatonic ถ้ามีโอกาสได้ซื้อของ Swan จะนำมาเปรียบเทียบกับ Brand ดังๆ ที่ใกล้เคียงกัน แต่ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่เพราะราคา Diatonic บ้านเราไม่สูงมาก ยังต่ำกวาในประเทศอื่นครับ

ทั้งนี้ขอยกประโยคหนึ่งของสมาชิกคนหนึ่งใน Slidemeister.com ที่ผมเห็นจริงด้วยมีความประมาณว่า

ความไพเราะของการเล่น Harmonica อยู่ที่ผู้เล่นเสีย 80% อยู่ที่เครื่องเพียง 20% เท่านั้น

เพราะฉะนั้นประหยัดไว้ก็ดีครับ ตัวผมเองขอยกเว้นไว้คนน่ะครับ จะได้ซื้อเครื่องมาลองให้ท่านได้ใช้เป็นแนวทาง แต่ก็ไม่ซื้อเปะปะหรอกครับ 5 5 5 เดี๋ยวภรรยาเลนงานตาย    8-P   8-P   8-P


ความเห็น
  1. manajan1 พูดว่า:

    – ตอนนี้กำลังขมักเม้น ทำเพลง ถึงแม้พี่นี้จะขี้เมา กับเพลง ลาวตีเขียด อยู่ แต่ยังไม่ผ่าน จึงยังไม่ได้ทำ clip ต้องฝึกฝน Tongue block อีกนานพอดู กว่าจะคล่องแคล้ว แต่ก็สนุกนะครับ ยิ่งฝึกก็รู้ว่า เราก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ถึงจะช้าแต่ก็เดินไปข้างหน้า ก็ไม่ได้หวังอะไร นอกจากความสุขจากการเล่น Harp

  2. yoke พูดว่า:

    แหม พูดยังกะคนเล่นหายหมดแล้วแน่ะ ยังไม่หายไปไหนค่ะ ยังเล่นอยู่ แต่ก็ยังเรื่อยๆเปื่อยๆ เล่นได้แค่เพลงเ็ด็กๆสั้นๆ ไม่ก็แบบง่ายๆ เช่น yesterday, Silent night, Moon river, Edelweiss, 500 Miles ประหนึ่งว่าเพลงช้าๆน่ะค่ะ พวกเพลงเร็วๆหน่อยนี่ไม่ทัน ยังจับช่องไม่ค่อยแม่น

    แต่ตอนนี้ ถ้าจะให้เปลี่ยนจาก Diatonic ไปเป็นอย่างอื่น ก็คงยังไม่ค่อยอยากเปลี่ยนเท่าไหร่นัก เพราะ Diatonic มันพกง่าย แล้วเสียงมันก็น่ารักดีจ้า

    PS. ที่ไม่ค่อยโผล่มา comment เลยเพราะ ” ไม่ได้ฟังเพลงไทย ก็เลยไม่ได้เล่นค่ะ ^^ ” (ก็มันไม่รู้จักอะ เล่นตามไม่ได้ >_<)

  3. harmonicafe พูดว่า:

    คือแนะนำ Chromatic สำหรับคนที่หมดความพยายามกับ Diatonic ครับ (ผมเจอใน FanPage เค้าลงทุนซื้อ Harp ตัวตั้งพันกว่าบาท แต่ก็ทิ้งไว้เพราะเล่นไม่เป็นเพลงเลย)

    ไม่ได้ตั้งใจให้เสียเงินเพิ่ม ยิ่งสำหรับคนที่ Happy กับ Diatonic อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมี Chromatic ครับ หา Key อื่นมาเพิ่มดีกว่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s