Episode I (ย้อนเวลามา) เลือก Harp สำหรับมือใหม่

Posted: มีนาคม 5, 2011 in เรื่องเล่า และเรื่องเลือก

ลูกชายสอบหมดยกแรก คุณพ่อ (ตัวผมเอง) เลยได้พักยกด้วย…วันนี้จึงเขียนอะไรเบาๆ ตามใจเพื่อน (ส่วนใหญ่) หน่อย

ตั้งชื่อเรื่อง Episode I เอาเก๋ๆ ไปงั้นแหละครับ ก็หยั่ง Spider Man เล่นไปถึงไหนแล้ว ยังกลับมาสร้าง Episode I ใหม่เลย 5 5 5

ที่ย้อนกลับมาคุยเรื่องเดิมกันใหม่ ก็เพราะตั้งแต่วันแรกที่ทำ Blog ผมก็ งมๆ งูๆ ปลาๆ เขียนไปตามประสบการณ์ (มือสมัครเล่น) ในตอนนั้น ก็มีผิดพลาด รู้ตัวก็กลับไปแก้ไข ที่ยังไม่รู้ตัวก็คงมีอยู่ แต่ที่จะเขียนวันนี้ก็เป็นประสบการณ์ (มือสมัครเล่น) ณ วันนี้ ห่างกันเกินครึ่งปีแล้วก็จับ Harp ตัวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นหลายตัว จากตอนนั้นที่เล่นแต่รุ่นเก่าถึงกลางเก่า ก็ได้ลองรุ่นที่ออกใหม่ๆ หลายตัวอยู่ พอที่จะแนะนำเพิ่มเติมได้อีก

เอาตามที่ผมถนัด (และคนอื่นก็นิยมเล่นกัน) ก็จะกล่าวถึงแค่ Diatonic กับ Chromatic และตัวที่จะแนะนำนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ ในราคาที่ผมคิดว่าคุ้มค่าเงินที่สุด (ไม่ใช่ถูกที่สุด) เนื่องจากมือเก่า และกลางเก่ากลางใหม่นั้นคงหนีไม่พ้น Marine Band (จะ Deluxe หรือ Crossover ก็แล้วแต่งบของแต่ล่ะท่าน) หรือ ค่ายใหม่มาแรงอย่าง Suzuki ก็คง Manji หรือ ProMaster (อันนี้หลากหลายมากในตระกูล ProMaster ไว้รอ Fire Breath มาก่อนจะทำสกรู๊ปพิเศษเฉพาะ ProMaster เลย) ไม่ขอกล่าวถึงมือโปรที่ใช้ Custom Build แบบพิเศษๆ น่ะครับ (ในเมืองไทยมีคนแบบนี้อยู่รึเปล่าหว่า แต่จะว่าไป มืออาชีพในบ้านเราใช้ HarpMaster, BlueMaster ก็เยอะ)

สำหรับวันนี้ก็ขอเริ่มที่ Diatonic ก่อน กับตัวใหม่สดใสสดุดตา Suzuki AirWave เป็น Diatonic ดีไซน์ใหม่ ออกแบบให้สำหรับคนเพิ่งหัดเล่นโดยเฉพาะ เนื่องจากทราบกันดีว่าสำหรับคนที่จับ Harp ครั้งแรก เป่าปู๊ดแรกเลยเนี่ย ออกมาหลายเสียงแน่นอน แต่ถ้าเป็นตัวนี้ จับปุ๊บเป่าปั๊บ Single Note ได้ทันที (และลูกชายผม Bending ได้ในวันเดียว เพียงแต่ลมยังไม่แข็งแรงดีนักเท่านั้น) และจะเป่าเป็นคอร์ด ก็ไม่ลำบากใดๆ เล่นได้เลย

ตัวนี้มาใน Package พลาสติคใส พร้อมกับหนังสือหัดเล่น และ website ให้ load เพลงในหนังสือมาฝึกหัดกัน ก็ครบถ้วนสำหรับใครก็ตามที่ต้องการ เริ่มต้น แบบไม่ให้สดุด (ยิ่งเอาไปหัดตาม Blog ที่คุณ Jap เขียนนี่จะเข้าล็อคพอดีเลย เพราะถ้าหัดแบบผม (Tongue Block) จะค่อนข้างยากสักหน่อย (แต่จากที่ผ่านมามีหลายคนบ่นให้ผมฟังว่า หัดแบบผมใช้ Harp แบบไหนก็ยากหมดแหละ ฟังเอาเหี่ยวไปเลย)

มาว่ากันที่สรีระกันบ้าง อยากจะพูดว่าเป็น Diatonic ที่ (ดู) บางเบา (คือความจริงมันก็หนาเท่า Harp ทั่วไปแต่ส่วนกว้าง และยาวมากกว่าปกติจึงทำใหดูบาง แต่มันก็แข็งแรงมากครับ) เนื่องจากทำจากพลาสติดไม่มีโลหะใดๆ โผล่มาให้เห็นเลย (มีส่วนที่เป็นโลหะ แต่มันอยู่ข้างใน) เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องรอยบุบ รอยยุบจึงไม่มีให้เห็น แต่มันจะแตกหักแทน 5 5 5 (ก็ใช้ให้มันถนอมๆ หน่อยซิครับ เล่นนั่งทับใครมันจะไปทนได้) จะว่าไปแล้วก็ไม่มีส่วนพลาสติคที่ไม่แข็งแรงโผล่ หรือยืนออกมาเลย ถูกเข้าเหลี่ยมเข้ามุมหมด (รูปบน) และถ้าจะนั่งทับก็ไม่สะดวกอีกเนื่องจากมิติกว้าง และยาวกว่า Harp แบบเก่าๆ มาก ไม่สะดวกที่จะใส่กระเป๋ากางเกงให้ไปนั่งทับแน่ เหมาะจะซุกในกระเป๋าถือ หรือเป้มากกว่า

ต่อด้วยการใช้ลม และต้นกำเนิดเสียง ก็จาก reed ที่มีคุณภาพระดับเดียวกับ Harp รุ่นกลางของ Suzuki (ราคาครึ่งพัน) ซึ่งท่านสามารถเสียเงินซื้อ Airwave ในราคาไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น (ณ วันที่เขียนของยังไม่เข้าร้านจึงยังไม่ได้สอบถามราคาจากตัวแทน ครับ แต่น่าจะต่ำกว่า 400 ต่ำกว่า Folk Master ที่ราคา 450 บาท) นับว่าคุ้มค่าที่สุดในตอนนี้ และที่สำคัญ คุ้มเวลาที่ต้องเสียไปในการหัดเมื่อ เทียบกับ Harp ที่ใช้ลมไม่สม่ำเสมอ นั้นคือ AirWave ใช้ลมเบากว่าเมื่อเทียบกับ Harp ในระดับราคาเดียวกัน (หรือราคาสูงกว่าในยี่ห้ออื่น แต่คงไปเปรียบกับรุ่น Pro แบบ Marine Band Deluxe หรือ Pro Master ไม่ไหวน่ะครับ) ซึ่งมาทดแทนกับเสียงที่พลาสติคไปหน่อย (อ้าว…ก็มันทำมาจากพลาสติคนี่น่า) แต่ก็ให้ความใสสะอาดชัดเจนไม่มี Noise มากวนให้เสียหู..,(เรื่อง Noise นี่ Harp จากจีนพบมากเลยครับเวลา Bending)

เดี๋ยวจะว่ามีแต่ข้อดีเหรอ…ข้อเสียก็มีครับ นั้นคือขนาดที่ใหญ่กว่า Harp ปกติ และช่องเป่าที่ห่างกว่าเช่นกัน (ซึ่งข้อดีของมันคือเป่าง่าย สำหรับผู้หัดเล่น ดูภาพเปรียบเทียบกับ Marine Band Deluxe และ CX-12) ทำให้แปลกมือ และปากไปบ้างสำหรับมือเก่าๆ แต่ถ้าหัดใหม่ก็ไม่นับเป็นข้อเสียครับ บางคนอาจจะคิดว่ากลับมาเล่น Harp ไซด์ปกติก็ไม่ถนัดสิ อันนี้ขอตอบจากประสบการณ์ว่าเมื่อผมเปลี่ยน Harp อย่าว่าแต่คนล่ะยี่ห้อซึ่งขนาดไม่เท่ากันเลย ผมเปลี่ยนจาก Diatonic มาเป่า Chromatic อย่าง CX-12 ซึ่งมีช่องเป่าคนล่ะเรื่องเดียวกันกับ Diatonic ทั้งรูปร่างและระยะห่าง เมื่อเราประทับปากลง และเริ่มบทเพลง ทุกสัมผัสมันเปลี่ยนไปอย่างอัตโนมัติ มือเรา ปากเรา (และลิ้นของเราสำหรับการเป่าแบบ Tongue Block) จะถูกกะระยะขึ้นมาใหม่แบบธรรมชาติจากสมองของเราในเวลาไม่ถึงนาทีครับ

สรุปโดยรวมถ้าท่านยังไม่เคยเล่น และอยากหัดเล่น แนะนำ Suzuki Airwave อย่างแรงครับ

ด้านล่างคือ Clip อธิบาย และเล่นเป็นตัวอย่างจากผู้ออกแบบ และเขียนคู่มือสำหรับ AirWave

บทความหน้าจะจับ Chromatic ตัวแรกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อครั้งเดียวจบ (หรือจะใช้ไปสัก 10 กว่าปี ถึงซื้อตัวที่สองแบบผมก็ได้) ก็จะเปรียบเทียบ 2 ตัวคือ CX-12  กับ SCX-56 (อาจต้องรอนิดหน่อยเนื่องจาก รองบไปสอย SCX-56 เพราะตอนนี้ไม่มีอยู่ในมือครับ แต่ถ้าใครมีอยู่และอยากให้ข้อมูลกับเพื่อนสมาชิก จะอนุเคราะห์ให้ผมมา Test สัก 4-5 วันก็จะเป็นคุณูประการต่อผู้ที่กำลังจะซื้อ (รวมตัวผมเองด้วย แต่รู้ว่าเสียงดีเพราะเคยลองมา เพียงแต่ไม่ทราบว่าเมื่อเทียบกับ CX-12 แล้วจะเหลือมล้ำกันแค่ไหน)

เหตุที่เลือกสองรุ่นนี้เพราะ scx เป็น Chromatic ที่ Suzuki ใช้ชนกับระดับ Pro ของ Hohner ครับ คือเป็นคู่แข่งของ Super Chromonica Deluxe (ราคาอยู่ที่ 7000 บาทจากลัคกี้มิวสิค อยู่เหนือกว่ารุ่น Super Chromatic Classic ธรรมดา แต่ราคาของ Super Chromonica Deluxe ในไทยสูงเกินไป ผมเลยเปลี่ยนมาจับคู่กับ CX-12 แทน แม้ความจริงจะแตกต่างกันมากก็ตาม แต่ CX-12 ล๊อตที่อยู่ในไทยราคาต่ำกว่า Super Chromonica Deluxe ผมเลยเน้นที่ความคุ้มค่ามากกว่าครับ

บางคนอาจจะนึกภาพ line การทำตลาดระหว่าง Suzuki กับ Hohner ไม่ออก ผมขอเอาไปเทียบกับ Line ของ Diatonic นั้นคือ SCX 56 ก็ระดับเดียวกับ Manji ที่ Suzuki ใช้ชนกับ Marine Band Deluxe (ซึ่งเปรียบเหมือน Super Chromonica Deluxe นั้นเอง) คงทำให้เห็นภาพได้ดีขึ้นน่ะครับ
Advertisements
ความเห็น
  1. เหยือกเบียร์ พูดว่า:

    โห..ใหญ่เอาเรื่องเลยนะเนี่ยเจ้า Airwave ผมเห็นแต่รูปเดี่ยวๆ ดูน่ารักดี แต่ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ ^L^

  2. yoke พูดว่า:

    โอ๊ะโอ๋ ตัวอ้วนตุ๊บเลยแฮะ แต่สีมันก็น่ารักดีจัง ^^

  3. harmonicafe พูดว่า:

    ตอนนี้แย่งกันเล่นกับลูกเลยครับ
    ผมมักจะเอาไว้ที่หัวนอน ไว้เป่าเล่นตอนนอน (เวลาอารมณ์ไม่อยากเปิดเพลงฟัง) เป่ามืดๆ เล่นเสร็จไว้ตรงไหนก็ได้บนที่นอน ไม่ต้องกลัวนอนทับ Cover Plate ยุบ (และอีกอย่างคือ ไม่ต้องสนใจว่าไม้จะชื้น ตั้งแต่เล่นมามันยังไม่เคยเจอคอตตอนบัดเลย…จะซกมกไปไม๊เนี่ย)

    แต่เจ้าลูกชายชอบย่องมาเอาคืน (ก็ให้เค้าไปแล้วนี่เนอะ) ผมเองก็ยังไม่มีเวลาไปร้านธีระ เพื่อซื้อใหม่อีกสักตัว

    ตอนนี้ AirWave เป็นตัว Relax ของผมเลย เพราะเวลาเป่าผมรู้สึกว่าไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อให้ลมออกแคบๆ อีกต่อไป รู้สึกถึงความผ่อนคลายเลยครับ (แต่ถ้าพิจารณาในการบังคับลม มันก็ใช้ความตึงของกล้ามเนื้อเท่ากันน่ะแหละเพียงแต่ มุมของการออกกำลังถูกเปลี่ยนไปจึงรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อได้คลายเท่านั้น)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s