(ครู) ช่างขลุ่ย…ผู้หลงเสียงหีบเพลง…Harmonica

Posted: ตุลาคม 24, 2010 in ด้วยรัก และผูกพัน

ถ้าจะต้องเรียกใครสักคนว่า “ครูช่าง” ผมขอเลือกที่จะเรียกลุงอุทิศ (และขอเรียกลุงตามน้องๆ ด้วย แม้ท่านจะอายุน้อยกว่าพ่อผมมากนัก) ที่คนขลุ่ยรู้จักกันดี ขอคัดประวัติลุงอุทิศ จาก Hi5 (ที่ลูกสาวลุงเป็นผู้จักทำ) มาลงให้อ่านกันก่อนครับ

Credit : thaiflute.hi5.com


ประวัติ นายอุทิศ อิ่มบุบผา
…..
เกิดวันที่ 27 มกราคม พ.. 2478 ปีกุน ที่บ้านเลขที่ 339/1 ข้าง ว..บ้านสมเด็จฯ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ บิดาชื่อ นายบุญธรรม อิ่มบุบผา อาชีพ สถาปนิก มารดาชื่อ นางสถาน อิ่มบุบผา อาชีพ ทำขลุ่ย มีน้องชายชื่อ นายสุนทร อิ่มบุบผา อาชีพ สถาปนิก การศึกษาจบม.3 อาชีพที่เคยทำ ช่างฟิต, ช่างประกอบรถใหม่, ช่างไฟฟ้าตู้เย็น, ชิปปิ้ง ฯลฯ บริษัทที่เคยทำ ยนตรภัณฑ์, ธนบุรี และโตโยต้า (สมัยเพิ่งเข้ามาในประเทศไทย) อาชีพที่ประสบความสำเร็จ 1.ช่างทอง 2.ช่างซ่อมวิทยุ 3.ช่างทำขลุ่ย ความสามารถพิเศษ เขียนกลอนและเป่าหีบเพลงปาก

…..เมื่อวัยเด็กหลังจากที่พ่อได้เสียชีวิต ฐานะทางบ้านได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก แม่ต้องเริ่มทำขลุ่ยมากขึ้น ผมก็ช่วยแม่เกี่ยวกับงานทำขลุ่ยเท่าที่จะช่วยได้ เช่น เจาะขลุ่ย, ขัด, ฝนกระดาษทราย ฯลฯ ถึงงานเทศกาลต่างๆ ประจำปี แม่ก็ต้องหอบหิ้วผมไปเป็นเพื่อนออกร้านเร่ขายขลุ่ยด้วย อาทิ งานภูเขาทอง, งานทิ้งกระจาดวัดพระพนัญเชิง, งานประจำปีเดือน 12 นครปฐม, งานประจำปีปากน้ำสมุทรปราการ, งานประจำปีสุพรรณบุรี ฯลฯ พอโตขึ้นประมาณอายุ 13-14 เริ่มออกขายขลุ่ย ฉายเดี่ยวทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด งาน 23 ตุลาคม พระบรมรูปทรงม้า (ซึ่งปัจจุบันไม่มีงานออกร้านแล้ว) งานลอยกระทง งานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญที่สวนลุม และต่างจังหวัด ฯลฯ พอช่วงเดือนมีนาคมเมษายน ก็จะทำว่าวขายเด็กๆ ในละแวกแถวบ้าน การติดสอยห้อยตามที่ไม่สามารถจะลืมได้มีอยู่ 2 ครั้งคือ ได้ติดตามลุงผัน กลิ่นบุปผา (พ่อพี่จรินทร์) ครั้งที่ 1 ไปขายขลุ่ยที่วัดโพธิ์ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถลาก (รถเจ๊ก) และเป็นครั้งเดียวด้วย ครั้งที่ 2 ได้ลงเรือแดง 2 ชั้น ไปขายขลุ่ยที่วัดพนัญเชิงซึ่งเป็นการผจญภัย เพราะขณะที่นั่งเรือถึงลานเท มีพายุแรงมาก เรือโคลงเคลงเกือบล่ม คนขับเรือได้เอาเรือแอบริมฝั่งนานประมาณ 1 ชั่วโมงถึงได้เดินทางต่อ
…..
เรื่องที่ผมทำว่าวขายนั้น ว่าวที่ผมขายเป็นว่าวที่มีส่วนสัด ไม่ใช่ว่าแบบ แค่ทำเป็นว่าแบบสุกเอาเผากินต่อหางช่วยถึงจะขึ้น ว่าวที่ดีสมบูรณ์ชักขึ้นติดลมบนได้นั้น ถ้าเป็นจุฬาก็ส่ายซ้ายขวาไม่หยุดนิ่ง เป็นปักเป้าก็ต้องยักย้ายเหมือนว่าวจุฬา แต่ว่าวจุฬาจะดูสง่ากว่า ส่วนสัดว่าวจุฬาเมื่อก่อนมีคนสนใจมาเรียนบ้าง มาถามบ้าง ระยะหลังเลยใช้วิธีให้น้องชายซึ่งเป็นสถาปนิก เขียนส่วนสัดเป็นตัวเลขให้ เอาต้นฉบับไปถ่ายเอกสาร เผื่อใครต้องการศึกษาเรื่องการทำว่าวจุฬา เทคนิคการผูกตามตำแหน่งต่างๆ เช่น คอซุง, รัดระแวง(การแก้เรื่องเอียงซ้าย เอียงขวา) ฯลฯ ปักเป้าก็ต้องมีเทคนิคในการผูกไม่ว่าจะเป็น อก(ช่วงตัว) กับปีก รายละเอียดเรื่องการทำว่าวนั้นค่อนข้างซับซ้อน เช่น ว่าวปักเป้านั้น เชือกผูกหางยาว 3 ช่วงตัว ตัวหางซึ่งเป็นผ้าต้องยาว 7 ช่วงตัว หากทำไม่ถูกส่วนสัดนั้น ว่าวจะไม่ขึ้น

…..ผมมีความสามารถพิเศษในการเป่าหีบปากและการเขียนกลอน ผมมีความสามารถพิเศษในการเป่าหีบปากเพลงในแนว country ผมเริ่มต้นหัดเป่าหีบเพลงปากตอนอายุ 10 ปี และได้แรงบันดาลใจในการเป่าแนว country จากหนังกลางแปลง เป็นหนังคาวบอย ตอนอายุ 15 ปี ตอนนั้นอยากเป่าได้หมือนในหนังบ้าง หลังจากฝึกหัดจนตัวเองรู้สึกว่าสามารถเป่าแนว country ได้แล้ว มีงานประกวดที่ไหนก็ไปเป่าโชว์หลายแห่ง ตามเวทีประกวดร้องเพลงในฝั่งธน, เป่าในโรงภาพยนตร์ก่อนหนังฉาย และที่ไทยโทรทัศน์ บางครั้งก่อนจะถึงเวลาประกวด ผู้ดำเนินรายการ(พิธีกร) ก็ประกาศให้ผมขึ้นโชว์แบบไม่ทันตั้งตัว ขนาดปัจจุบันลูกค้าที่มาที่บ้านยังขอให้ผมเป่าโชว์บ่อยๆ เพราะว่าโดยทั่วไปคนเป่าหีบเพลงปากที่เราๆ ได้ยินกันนั้น จะมีแค่เสียง melody ส่วนสไตล์การเป่า country ของผมนั้น จะมีทั้ง เบส,ทำนอง และ คอร์ด ซึ่งเพลงจะมีความไพเราะและมีความสมบูรณ์ ฟังดูแปลกและสนุกสนาน ลูกค้าบางคนที่เป่าหีบเพลงปากเป็น ก็มาถามถึงเทคนิคการเป่าจากผม บางคนถึงขนาดซื้อหีบเพลงปากจากต่างประเทศมาให้

…..ส่วนเรื่องการเขียนกลอน กลอนบทแรกของผมนั้น เขียนลงคอลัมน์เกล็ดดาว ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งเป็นคอลัมน์กลอน ที่เปิดโอกาสให้นักกลอนส่งผลงาน หากกลอนไหนไพเราะ ถูกต้องตามหลัก ก็จะได้ตีพิพม์ ผมไม่เคยเขียนกลอนมาก่อน แต่เพราะคนที่ผมรู้จักและสนิทสนมจะแต่งงาน และผมเองก็ไม่รู้จะหาของขวัญอะไรให้ในวันแต่งงาน เลยคิดว่าเขียนกลอนลงในคอลัมน์เกล็ดดาวให้แทนของขวัญ ตัวผมเองตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่ากลอนของผมจะได้รับการคัดเลือกหรือไม่ แต่แล้วกลอนบทแรกของผมก็ได้ลงในคอลัมน์เกล็ดดาววันที่ 31 สิงหาคม พ.. 2518 ซึ่งเป็นวันแต่งงานพอดี พิธีกรในงานแต่งได้นำกลอนของผมอ่านบนเวที สร้างความภูมิใจในความสามารถของตัวเอง จากนั้นมีจดหมายมาจากไทยรัฐ บอกผมว่าถ้ามีโอกาสให้ผมเขียนกลอนส่งไปอีก และชมกลอนของผมว่าผมเขียนกลอนได้ดี ผมจึงเริ่มแต่งก่อน และส่งไปไทยรัฐเดือนละ 2 ครั้ง

…..ขลุ่ยเลาแรกที่ทำด้วยตัวเอง ตอนนั้นอายุ 18 ปี เป็นลูกจ้างช่างรังวัดที่สูงเนิน เป็นขลุ่ยเลาแรกที่มีความภูมิใจ เพราะกว่าจะเป็นขลุ่ยที่เป่าได้ต้องใช้ความมานะพยายามอย่างมาก เริ่มตั้งแต่เข้าป่าหาไม้มาทำขลุ่ย กระสวนรูนิ้วใช้สายตากะประมาณ ใช้ตะปูเผาไฟเจาะทำรู ปากนกแก้วใช้มีดทำครัวแกะ ดากทำเสียงหากิ่งไม้แห้งหลายประเภทกว่าจะสำเร็จไม่ใช่ง่ายๆ ผลที่ออกมาหายเหนื่อยเพราะคุณภาพเป็นที่น่าพอใจ เสียงขลุ่ยเลานั้น คนที่อยู่ใกล้ๆ ที่พักยังมานั่งฟังผมเป่าเพลง สมยศ ทัศนพันธ์ แทบทุกเย็นเป็นประจำ เป็นลูกจ้างรังวัด ได้ประมาณหนึ่งปีก็มาทำงานบริษัทหลายแห่ง บริษัทสุดท้ายที่ทำคือ โตโยต้า หลังออกจากบริษัทโตโยต้า ผมจึงหันมาทำทอง ตอนแรกทำอยู่ที่บ้านหม้อประมาณ 5-6 ปี จากนั้นก็ย้ายไปทำที่นครพนมและอุบลราชธานี ช่วงสงครามเวียดนาม ทำอยู่ประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นก็ย้ายกลับมาทำที่บ้านตัวเอง ทำได้ไม่เท่าไหร่ก็เลิกทำ เพราะราคาทองขึ้นวันต่อวัน เลยตัดสินใจเลิกทำทอง ตอนราคาทองอยู่ที่ 800 บาท หันมาจับอาชีพซ่อมทีวีวิทยุ ตอนเริ่มต้นนั้น เรื่องอีเลกโทนิคผมไม่มีความรู้ในด้านนี้เลย จึงไปซื้อทีวีขาวดำเก่าๆ ที่เสียแล้ว และเครื่องมือมา จากนั้นก็ขอคำปรึกษาจากเพื่อนที่เป็นครูสอนด้านอีเลกโทนิค ผ่านไปประมาณ 1 เดือน ทีวีเครื่องนั้นก็สามารถดูได้ จากนั้นก็รับซ่อมทีวีวิทยุจะใกล้หรือไกลผมก็ไปหมด เก็บเงินปลูกบ้าน พอปลูกบ้านเสร็จ(บ้านหลังที่อยู่หลังปัจจุบัน) ก็เลิกทำในปี พ.. 2522 หันมาทำขลุ่ย ซึ่งขณะนั้นขลุ่ยกำลังเป็นที่ต้องการ เพราะขลุ่ยเป็นหนึ่งในวิชาการศึกษาของนักเรียน ผมจึงเลิกซ่อมทีวีวิทยุแล้วหันมาทำขลุ่ย ซึ่งเป็นอาชีพของแม่ ขลุ่ยที่ทำครั้งแรกเป็นขลุ่ยไม้รวกลายหินเลาละ 20 บาท ส่งครั้งนึง 200-300 เลา ร้านแรกที่ส่งคือ ร้านดุริยบรรณ และต่อมาคือ ร้านพัฒนาศิลป์ และ ศึกษาภัณฑ์ ฯลฯ หลังจากทำขลุ่ยลายหิน 2-3 ปี ได้หันมาทำขลุ่ยขาว (ขลุ่ยไม้ไผ่ สีธรรมชาติ ไม่เทลาย) ส่งเลาละ 70 บาท ระยะต่อมาได้เริ่มทำขลุ่ยไม้กลึง ไม้ชิงชัน ส่งเลาละ 250 บาท ต่อมาได้ทำขลุ่ย P.V.C. สีขาว (คุณโสภณ นุ่มละมุล เป็นผู้บุกเบิกคนแรก) ขลุ่ย P.V.C. ภรรยาเป็นคนทำ ผมเป็นคนตรวจสอบคุณภาพเสียงและตบแต่งในระยะแรกๆ ต่อมาก็วางมือปล่อยให้ภรรยาทั้งทำและตรวจสอบเสียงเอง ส่วนงานตบแต่งก็ยังเป็นหน้าที่ของผมจนถึงปัจจุบันนี้ พองาน P.V.C. ภรรยาสามารถทำได้ทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ผมจึงมีเวลามาพัฒนา และค้นหาข้อดีข้อเสีย จากคำชม คำติ ของลูกค้า คนแล้วคนเล่า จนรู้ว่าคนขลุ่ยแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน ใช้ลมที่ต่างกัน การที่จะทำขลุ่ยให้เป็นที่พอใจของลูกค้าทุกคนนั้นเป็นเรื่องที่ยาก บางคนก็ใช้ลมที่เคยชินจากขลุ่ยเลาเดิม ฯลฯ ผมซึ่งเป็นผู้ทำต้องทำให้ถูกใจแต่ละคนไป ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวผมเพราะปัจจุบันนี้ผมสามารถรู้ว่าลูกค้าชอบลมแบบใดจากการ ฟังเสียงขลุ่ยที่ลูกค้าเป่าได้ ด้วยเหตุนี้ขลุ่ยของผมจึงเป็นที่ถูกใจของผู้ใช้

…..ในสมัยนั้นคนทำขลุ่ยสามารถทำได้แค่ขลุ่ยไทย เสียงไทย เพราะไม่รู้ว่าระดับเสียงไทยและสากลนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะคนทำขลุ่ยสมัยนั้นไม่มีความรู้เกี่ยวกับคีย์สากล ถ้าผู้ใช้จำเป็นต้องใช้เสียงสากล ก็จะมาสั่งทำขลุ่ยกวด (เคียงออ) เพราะว่ามีเสียงที่ใกล้เคียงกับเสียงสากล จะเพี้ยนมากก็แค่เสียงฟา กับ ที ซึ่งผู้ใช้จะต้องแก้ไขด้วยการแปะโน่น ปะนี่ เพื่อให้ขลุ่ยไทยนั้นได้เสียงสากล แต่ก็แก้แค่พอใช้งานได้เท่านั้น

…..จนราวปี พ..2535 .ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ได้มาที่บ้านและสั่งทำขลุ่ยไม้ไผ่ สากลคีย์ C พร้อมกับซื้อเครื่องเทียบเสียง (tuner) เพื่อใช้วัดระดับเสียงสากล ซึ่งขณะนั้นขลุ่ยสากลที่เทียบเสียงมาตรฐานยังไม่มี จากวันนั้นถึงวันนี้ขลุ่ยไทยเสียงสากลพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับทั่วไปทั้งใน ประเทศและต่างประเทศบ้างแล้ว ที่พอจะยกมาเอ่ยถึงซึ่งเป็นที่รู้จักคือ ริชาร์ด ฮาร์วี (Richard Harvey) ซึ่งเป็นศิลปินนักแต่งเพลง ชาวอังกฤษ ผู้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ สุริโยไท มิสเตอร์ริชาร์ดได้ซื้อขลุ่ยไม้ไผ่คีย์ B b และ C ไว้ใช้งาน หลังจากนั้นได้สั่งไว้อีก คีย์ ละ 2 เลา เพื่อไว้สำรองและเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีส่วนตัวที่ประเทศอังกฤษ

…..30 ปี ที่คร่ำเคร่งอยู่กับงานจากพอทำได้จนกระทั่งชำนาญ รู้ถึงข้อดีข้อเสีย, รู้สาเหตุของปัญหา และวิธีแก้ปัญหา เริ่มรู้สึกอิ่มตัว จึงคิดอยากจะวางมือ แต่ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ยังคงต้องการขลุ่ยของผมอยู่มาก คำว่าเลิกทำจึงเป็นเพียงแค่ความคิด และจากที่เคยคิดจะเลิกกลับกลายเป็นว่าต้องทำมากขึ้น เพื่อให้วงการดนตรีไทยมีขลุ่ยไทยและขลุ่ยเสียงสากลดีๆ ใช้ ถึงอย่างไรความรู้เท่าที่มีก็เผยแพร่ให้กับคนที่ทำขลุ่ยทั้งในและนอกชุมชน ถ้ามีใครมาขอคำปรึกษา, ขอความรู้ หรือคำแนะนำผมก็จะบอกโดยไม่ปิดบัง ทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มาทำรายงาน หรือ ผู้ที่ต้องการเรียนการทำขลุ่ยเพื่อประกอบอาชีพ ลูกศิษย์หลายคนเริ่มพัฒนาฝีมือได้ดีมากขึ้น บางคนทำขลุ่ยเป็นอาชีพหลัก บางคนทำขลุ่ยเป็นอาชีพเสริม อนาคตคงมีคนทำขลุ่ยที่มีผีมือต่อจากผม ไม่มากก็น้อย

ผมรู้จักลุงอุทิศผ่านสิ่งที่ลุงทำ ซึ่งก็คือขลุ่ยนั้นเอง อย่างที่ผมเคยเล่าผมชอบสะสมเครื่องดนตรี ช่างไหนที่ว่าดัง ผมก็จะไปหา ไปพบ ไปพูดคุยให้คลายหายกิเลส ขลุ่ยก็คือหนึ่งในสิ่งที่ผมสะสม มีแทบทุกไม้ของช่างดังๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แต่วันนี้ผมไม่ได้มาคุยเรื่องขลุ่ย แต่อยากเล่าเรื่องความประทับใจครั้งแรกที่ได้คุยกับลุงอุทิศเรื่องหีบเพลง

ผมเทียวไป เทียวมา หาลุงอุทิศอยู่หลายครั้ง ได้คุย ได้หยิบ ได้จับสิ่งที่ชอบ (ที่แค่จับเพราะไม่มีตังค์ซื้อครับ) ลุงเป็นคนมีความมั่นใจในตนเองสูง (เป็นธรรมดาของคนเก่งในสาขาของตน) …ต้องจูนหูนิดหน่อย ก็จะคุยได้อย่างสนุก

จนวันหนึ่งก็ได้คุยถึง Background ของกันและกัน จึงได้ทราบว่าลุงอุทิศ ชอบหีบเพลงปากมาก เป็นธรรมดาเหลือเกินที่ผมตื้นตันใจอย่างเหลือล้นที่มีคนแบบผมอยู่ในเมืองไทย ตอนนั้นหีบเพลงปากในความคิดของหลายๆ คนคือของเด็กเล่น แต่ลุงอุทิศ กลับบอกว่ามันคือเครื่องดนตรีที่ลุงอยากจะได้เหลือเกิน (คือลุงมีสตางค์ครับแต่มันไม่มีขายในเมืองไทย) ลุงเห็นฝรั่งมันเล่นกัน (ในทีวีมั๊งตอนนั้นไม่ได้ถาม) แบบ 16 ช่องมี # มี b ในตัว (คือรุ่น Super 64 Chromonica) ผมก็นึกในใจผมมีหลายอันเลยลุง ความดีใจที่จะได้เพื่อนคุยเรื่อง Harmonica ผมเลยสัญญาว่าคราวหน้าจะเอา Harmonica ที่สะสมไว้มาให้ลุงดู

ถัดจากนั้นสักอาทิตย์ผมก็ยกกระเป๋าใส่ Harp สาระพัดประหลาด (ด้วยความที่ลุงอุทิศ เคยมีประสบการณ์ ในระยะเวลาเดียวกับอายุของ Harp ที่ผมสะสม เลยอยากรู้ว่าจะเคยเห็น Harp รูปร่างแปลกๆ มีหลายๆ กระเดื่องที่ผมมีอยู่บ้างไม๊)

ตามที่ผมคาดการณ์ไว้ คือลุงอุทิศบอกเกิดมาไม่เคยเห็นหีบเพลงปากรูปร่างแบบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคาดไม่ถึงคือ ลุงเป่าหีบเพลงปากให้ฟัง ลุงเป่าเป็นคอร์ดพร้อมเดินเมโลดี้ไปด้วย ซึ่งผม (ตอนนั้น) ไม่คิดว่าจะมีคนเป่าแบบนี้ในบ้านเรา (แต่ผมเคยดูใน youtube) มันแสดงถึงประสบการณ์ คนเคยเป่าเท่านั้นถึงจะหยิบ Harmonica เข้าปากแล้วเป่าได้ทันที ผมเสียดายที่เพลงจากหีบเพลง จะไม่ได้ถูกบรรเลงเพียงเพราะ ลุงหามันไม่ได้ในบ้านเรา

วันนั้นผมจากมาพร้อมคำสัญญาว่า “เดี๋ยวผมจะหาหีบเพลงแบบ 16 ช่องมี # มี b ในตัว มาให้ลุงไว้เป่าครับ”


ความเห็น
  1. ตั้ม พูดว่า:

    ผมอยากไปเยี่ยมลุงบ้าง อยากเรียนรู้วิชาลุงเค้าจะว่างสอนไหมครับ

  2. ตั้ม พูดว่า:

    harmonica แบบที่มีกระเดื่องกด ผมเห็นมีแบบช่องเป่า 10 ชอง กับ 12 ช่อง ต่างกันยังไงเหรอครับ

    พอดีกำลังอยากได้

  3. harmonicafe พูดว่า:

    นั้นซิ…ผมลืมนึกถึงไปเลย ว่าคนชอบและคลุกคลีกับ Harmonica นอกจากผมแล้วยังมีลุงอุทิศอีกคน ที่ยินดีแนะนำการเล่นให้ฟรี…เพราะไม่ได้ไปเยี่ยมลุงแกนานมากแล้ว ไม่ต่ำกว่า 6-7 ปี (ผมสะสมขลุ่ยลุงอุทิศตั้งแต่ ลุงอุทิศเพิ่งเริ่มปะยี่ห้อ “อิ่มบุปผา” บางเลาจากฝีมือลุงซึ่งลุงหวงมาก ผมก็อ้อนมาจนได้ (ขลุ่ยอู้ไม้สาวดำ…หรือสาวแดงหว่าจำไม่ได้ซะแล้ว) ก็ไม่มียี่ห้อติด…เคยคุยโทรศัพท์ครั้งล่าสุดก็หลายปีก่อน ลุงก็ยังพูดถึงขลุ่ยเลานี้อยู่ ท่าทางแกจะคิดถึงของแกมาก

    ไปเยี่ยมได้เลยครับ ลุงคุยสนุก…ออกนักเลงลูกทุ่งหน่อย ถ้างานไม่ยุ่งแกก็ออกเหงาๆ มีคนคุยด้วยก็จะดี โผล่ไปก็ดูจังหวะล่ะกันครับว่าแกง่วน…งานเข้าอยู่รึเปล่า ถ้าว่างๆ อยู่ก็ได้เลยครับ ติด Harp ของคุณไปด้วยล่ะ…ของลุงแกมีอยู่แล้ว

    ส่วน Chromatic แบบ 12 กับ 10 ช่อง แตกต่างกันที่ ตัดเสียงสูงออก 2 ช่องสุดท้ายครับ (เพราะฉะนั้น ช่องที่ 1-10 เสียงจะเหมือนกันหมด) ส่วน 16 ช่องจะเพิ่มเสียงต่ำไปอีก 4 ช่องด้านซ้ายจึงไม่ได้เริ่มที่หมายเลข 1 (ผมจึงแทบไม่ได้ใช้ Chromatic 64 ที่มีอยู่เลย ใช้แต่รุ่น 48 เสียง) หมายเลข 1 จะไปเริ่มที่ช่องที่ 5

    ถ้าจะซื้อแนะนำขั้นต่ำ 12 ช่องครับ เล่นเอาสนุกๆ ไม่เครียดซื้อของจีนยี่ห้อ Tower ก็ได้ (ผมซื้อตั้งแต่ราคา 250 บาท ตอนนี้ได้ข่าวว่าที่เวิ้งขายอยู่ 600 กว่าๆ) ของ Tower จะมี 24 ช่อง เนื่องจากเค้าแยกช่องเป่า กับดูดออกจากกัน ผมซื้อมาแล้วก็เอาคัตเตอร์ตัดแต่งซะเหลือ 12 ช่อง จะได้อารมณ์เดียวกับ Hohner ครับ แต่ลองให้ดีๆ ล่ะครับ ของจีนเสียงชอบบอด เลือกดีๆ แล้วก็ใช้ได้ยาวครับ (เขียนถามมาตอนที่ผมกำลังขัด CX12 อยู่พอดี บังเอิญจริงๆ คุยเรื่อง Chromatic แล้วอารมณ์โครมาติดขึ้นเลย)

  4. ตั้ม พูดว่า:

    มี ยี่ห้อ หรือ รุ่นไหน แนะนำไม่ครับ เอาราคาไม่สูงมาก มีงบอยู่ 2500

  5. harmonicafe พูดว่า:

    ผมจำราคาปัจจุบันไม่ได้แล้วครับ
    ไม่แน่ใจว่าราคานี้ Suzuki scx 48 จะได้รึเปล่า
    แต่สำหรับ Hohner น่าจะได้ เพราะในบ้านเรามีนำเข้า Hohner รุ่น Chrometta
    ซึ่งเป็นรุ่นประหยัด แต่คุณภาพใช้ได้ครับ
    ลองดูที่เวิ้ง หรือลักกี้มิวสิค
    ผมจำราคาแน่นอนไม่ได้ครับ

  6. harmonicafe พูดว่า:

    ไปเจอโฆษณา เลยเอามาให้ดู
    Chromatic ของจีนที่ผมบอก
    http://www.pantipmarket.com/items/10644318

    แบบนี้แหละครับ (ของจีน แต่อาจจะคนละยี่ห้อ) ที่ผมเขียนถึงข้างบน
    เป็นแบบที่ อ.นพดล แกได้เป็นของขวัญวันเกิดจากภรรยา และใช้เล่นออกงานประจำตัวแกเลย

    สุ่มเสียงก็ใช้ได้เลยครับ (มันอยู่กับคนเล่นเก่งด้วยแหละ)
    ผมก็มีอยู่ 2 อัน ย้ายบ้านหายสาบสูญไปอันนึงแล้ว ให้ไว้พิจารณา
    แต่ควรสอบถามราคาตามร้านดูก่อนครับ ไม่ควรจะเกินจากนี้

  7. ตั้ม พูดว่า:

    suzuki scx chromatix อันนี้ป่าวครับ ไม่รู้ร้าน ธีระมิวสิค มีหรือป่าวครับ

    ถ้าจะถามร้าน ต้องบอกว่า รุ่นอะไรเหรอครับ

    อันเนี๊ย
    http://www.theharmonicacompany.com/_harmonicastore/product/114-suzuki-scx-chromatic-harmonica.asp

  8. harmonicafe พูดว่า:

    ชื่อรุ่น SCX ใช่เลยครับ แต่เป็นคนล่ะขนาด
    ที่ธีระมิวสิคมีแน่นอนครับ ผมยังเคยหยิบมาดูเลย…แต่ไม่มีตังค์ เลยไม่ได้เอามา
    ถ้าจำไม่ผิดที่ธีระยังมี Chromatic รุ่นอื่นอีกด้วย แต่ผมจำชื่อรุ่นไม่ได้แล้ว
    จำได้คร่าวๆ ว่าเป็นรุ่นสูงกว่า SCX คุณต้อมสั่งเป็นตัวอย่างมาดูตัวเดียว แกบอกถ้าผมจะเอาให้ราคากันเองเลย (ก็ถูกมากล่ะครับผมกลับมาเช็คราคาก็ไม่มีร้านขายปลีกไหนขายต่ำกว่านี้อีกแล้ว แต่…มันก็หลายพันอยู่ อยากได้แต่ไม่มีตังค์จริงๆ ไม่รู้ยังอยู่รึเปล่าหลายปีแล้ว มีอยู่ตัวเดียวด้วย) ลองถามโดยตรงที่ร้านจะได้ข้อมูลถูกต้องกว่าครับ

    วันก่อนอารมณ์ Chromatic ขึ้น จากนั่งขัดเลยกลายเป็นนั่งเป่า ปรากฎว่า Chromatic ก็ Bending ได้ครับ (ถ้าจำไม่ผิดผมเคยบอกว่า Chromatic ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับ Bend เสียง แต่จากการไปรื่อข้อมูลเรื่องระบบ Valved ปรากฎว่าเป็นระบบที่ใช้ Wind Save เหมือน Chromatic ผมเลยสงสัยว่าเมื่อมันเหมือนกันมันก็น่าจะ Bending ได้เหมือนกัน เมื่อก่อนก็เคยลอง Bend แต่ทำไม่ได้ ก็เลยปักใจว่าไม่ได้ออกแบบมาให้ Bend จริงๆ เพราะการใช้ลม Chromatic มัน lose มากกว่าโดยโครงสร้างอยู่แล้วด้วย) ผมคิดว่าน่าจะเป็นจากช่วงนี้ Bending เล่นมากจนกล้ามเนื้อที่ใช้ในการ Bend มันแข็งแรงขึ้น (คล้ายๆ จับคอร์ดกีต้าร์ แรกๆ ก็เสียงบอด หัดทุกวันนิ้วแข็งแรงก็จับได้เอง)

    ที่ลองตอนนี้ช่อง 1-8 Bend ได้หมด แต่สูงกว่านั้นเป็น noise ใช้ไม่ได้ ข้อมูลนี้ถือว่าเป็นบันทึกการฝึกก็แล้วกันครับ

  9. ตั้ม พูดว่า:

    มีลิงค์เว็บ ที่ขาย harmonica เยอะๆ หลายๆ ยี่ห้อ บ้างไหมครับ
    อยากดูเพลินๆ

  10. harmonicafe พูดว่า:

    ถ้าจะดูรูปสวยๆ ไม่สนใจราคาก็ให้ google จัดหาร้าน (ราคาตามร้านจะสูง) ให้ได้เลย ลองใส่ Harmonica store ดูครับมาเพียบ

    แต่ถ้าจะดูราคาด้วย (แต่ต้องเช็คให้ดีน่ะครับ เพราะราคาไม่มีมาตราฐานใดๆ ทั้งสิ้น) ก็ตาม link ข้างล่างนี้
    http://instruments.shop.ebay.com/Harmonica-/47078/i.html?_trksid=p3910.c0.m485

    Harmonica ที่ผมสะสมอยู่มาจาก ebay เสีย 95% แต่เป็น ebay เมื่อ 5-10 ปีก่อน ราคาตอนนี้จับไม่ลงครับ (ใกล้เคียงร้านปลีกต่างประเทศทั่วไป) ลองเช็คดูจะพบว่าราคาในเมืองไทยถูกกว่า (เมื่อรวมค่าขนส่ง บางครั้งเจอภาษีเข้าไปอีก…ซื้อเมืองไทยได้เกือบ 2 ตัวเลย) ผมจะซื้อเฉพาะรุ่นที่ไม่มีในไทยครับ

    อ้อ…ลืมไปนิด ถ้ามีคนหิ้วมาให้ได้ อันนี้เยี่ยมสุดครับ จะได้ราคาหน้าร้านโดยไม่ต้องเสียงค่าส่งเพราะน้ำหนักมันไม่มากใส้กระเป๋ากางเกงยังได้เลย มีเพื่อนเป็นแอร์ก็ลองถามดูครับ

  11. ตั้ม พูดว่า:

    ไม่ทราบว่า มีที่ไหนขายกระเป๋าใส่ harp บ้างครับ

    เพราะทุกวันนี้ผมใส่ถุงพลาสติก หิ้วไปหิ้วมาเป็นสิบตัว
    เสียดายบุบไปด้วยนึง เพื่อนเมาแล้วนั่งทับตัวแพงซะด้วย

  12. harmonicafe พูดว่า:

    กระเป๋า Harp ส่วนมากจะเป็น Soft Case ครับ
    ถ้าขนาดนั่งทับนี่ Soft Case ก็เอาไม่อยู่หรอกครับ
    ว่าแต่พกไปทำไมเป็นสิบตัว อย่างผมนี่ว่าอาการหนักแล้วยังพกมากสุดแค่ 4 ตัวเองครับ (ซึ่งแบกอยู่ไม่กี่วันก็เลิก ทุกวันนี้พกแค่ 1-2 ตัวเองครับ)

    สนใจกล่องใส่เครื่องดนตรีทุกชนิด ติดต่อข้างล่างนี่เลยครับ ผมบอกต่อไปหลายท่านแล้ว ร้องเยี่ยมทุกคน เคยพารุ่นน้องไปทำกระเป๋าใส่ เบสคลาริเนต ครูแกประดิษฐ์ประดอยเดินขลิบทองซะน้องผมตะลึง แถมใบเบ่อเร่อ (เบสคลาริเนตน่ะครับ) ถูกและแข็งแรงกว่ากล่องหลังกระทรวงมากครับ

    จะเอาแบบวางนอนหรือวางตั้ง ใส่กี่อันคิดแบบไปเลยครับ ใส่ Harmonica นี่ครูคงบอก จิ๊บๆ

    กล่องใส่เครื่องดนตรีทุกชนิด (ทั้งไทย-สากล)
    ร.ต.สุวิทย์ แก้วกระมล (ครูสะอิ้ง)
    หลังวัดอัมพวา ใกล้กรมอู่ทหารเรือ
    เบอร์ติดต่อ 089-045-3455

    ครูอิ้ง (อายุ 70 กว่าแล้วครับ) เป็นคนปี่ เป่าปี่ในสุดยอด ถามผมว่าแค่ไหน ให้ผมหลับตา ผมก็ว่าพระอภัยแหละครับ 5 5 5 ครูร่วมเล่นกับ บรูซ แกสตัน ในวงฟองน้ำยุคแรกๆ ผมเคยไปนั่งให้ครูไล่เสียงปี่ให้ฟัง แล้วผมก็อัด Clip มาหัดเองที่บ้าน…แต่ยอมแพ้เลยครับ ยาก…อภิมหาอมตะนิรันดร์กาล ยากกว่าคลาริเนต (คลาริเนตนี่ยากกว่า Sax อีกน่ะครับ) ทุกวันนี้ได้แต่สะสมเลิกคิดจะเป่าปี่ในแล้ว

    ผมเนี่ยสุดจะชอบปี่ในเลย ชอบระดับเดียวกับ Harp เลยครับ ชอบมากกว่าขลุ่ยอีก มันสุดจะเท่เลย… คนดนตรีไทย มองคนเป่าปี่ในเหมือนเรามองนัก Saxophone แหละครับ ไม่งั้นสุนทรภู่จะเขียนให้พระอภัยเป็นหนุ่มเนื้อหอมเหรอครับ

    ถามไม่กี่บรรทัด ตอบเรื่อยเปื่อยเป็นหน้าประจำเลยผมเนี่ย 5 5 5

  13. harmonicafe พูดว่า:

    ถามข่าวคราวคุณตั้มหน่อย
    ตกลงซื้อ Chromatic รุ่นไหนครับ พอดีอยากทราบราคา (ซื้อจริง) ปัจจุบัน
    เพราะผมเปิดดูใน Web ขายของมือสองในไทย เห็นราคา Hohner Chrometta แล้วตกใจเลย
    พวกตั้งราคาไว้ตั้ง 3500 (คนขายก็ต้องรู้ราคาของใหม่ก่อนตั้งขายอยุ่แล้ว) เลยสงสัยของใหม่มันเท่าไหร่กันเนี่ย เนื่องจากปัจจุบันผมรู้แต่ราคา Diatonic

    ตอนผมเริ่มสะสม Chromatic ผมซื้อทั้งในบ้านเรา และใน Net (เฉพาะรุ่นที่ไม่มีในบ้านเรา เช่น Larry Adler Professional) ช่วงนั้นพอมีสตุ้งสตางค์ ก็เลยสะสมแต่รุ่นสูงๆ อย่าง Cx12 ผมล่อมาซะ 6 ตัว (อ้อ ลืมบอก คือผมซื้อแยกชิ้นมาจากต่างประเทศ มาเป็นอะไหล่ไม่มี Reed Plate แล้วมาสั่ง Reed Plate ตาม Key ที่ต้องการใส่ที่หลังจะได้ราคาถูกกว่าในไทย และไม่เสียภาษี เพราะศุลกากรแกะดู เล่นไม่ได้ตีเป็นอะไหล่หมด) ตอนนั้น Chrometta ราคาไม่เกิน 2500 แน่นอน

    ถ้าซื้อมาแล้ว หรือยังแต่พอทราบราคารุ่นไหนช่วยพิมพ์บอกบ้างน่ะครับ

  14. ตั้ม พูดว่า:

    ยังไม่ได้ซื้อเลยครับ
    เดี๋ยวรอน้ำลดก่อนครับ 555(เมืองเอกน้ำท่วม)
    ไปไหนไม่ได้เลยครับน้ำท่วมเกือมเมตรแต่ยังโชคดีหอพักที่ผมอาศัยอยู่ไม่ท่วมมากเท่าไหร่
    ยังพออกไปซื้อเบียรมากินที่ห้องได้ ^^

    นี่ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ว่าจะขอตังแม่ซื้อเรือสักลำพายไปเรียนหนังสือ

  15. เต๋า พูดว่า:

    ติดตามอ่านบล็อกคุณพี่อยู่นะคะ บล็อกนี้ได้ความรู้และฮาไปพร้อมๆ กัน
    ขอขอบคุณทุกๆ ตัวอักษรที่สร้างเป็นบล็อกนี้ขึ้นมาค่ะ

  16. harmonicafe พูดว่า:

    ขอบคุณมากมาก ครับ
    เห็นขาประจำหายหมด คิดว่าคงไปติดน้ำท่วมอยู่ดอยใด ดอยหนึ่ง
    หรือหลังคาบ้านใด บ้านหนึ่ง (ไม่) ฮาาา เลยกะว่าน้ำลดคงมีใครมา Post ถามต่อน่าาา… ผมก็เลยไม่ได้เขียนอะไรเพิ่มเลย (อ้างซะยาว…ความจริงขี้เกียจ)

    การเล่นเครื่องดนตรีของผม มีข้อผิดพลาดที่มีผลมาถึงปัจจุบัน แก้อย่างไรก็แก้ไม่ตก…อยู่ 2 อย่างคือ
    ข้อแรก การหายใจ (ไม่ใช่ผิดตั้งแต่เริ่มหายใจ…อย่าฮามาก เดี๋ยวเป็นตลกคาเฟ่ ไม่ใช่ ฮาโมนีคาเฟ่)
    หัวใจในการใช้ลมของเครื่องเป่าทุกชนิดคือ การหายใจ และใช้ลมที่หายใจจากกระบังลม อย่าพ่นลมจากคอ ผมหัดเล่นด้วยตัวเอง…ไม่มีครูจึงทำผิดมาตลอด มันนานจนเป่าเป็นนิสัยไปแล้ว มีผลให้ผมเล่นได้ไม่นานจะเจ็บคอ อยากเตือนให้ผู้เริ่มเล่นเครื่องเป่าทุกชนิด หัดให้ถูกเสียแต่ทีแรกจะมีผลดีต่อสุขภาพคือระบบหายใจท่านจะแข็งแรงมาก ไม่เหนื่อยง่าย ไม่ตายง่าย (หายใจไว้เถอะอย่าเลิก รับรองไม่มีตายครับ) ผลเสียต่อสุขภาพที่ผมเจออยู่คือ ผมเคยเป็นหลอดลมอักเสบจากการโหมฝึกเครื่องเป่า ทำให้ต้องงดเล่นเป็นเดือน จากที่ควรจะขยันจนชำนาญ กลายเป็นขยันจนป่วยเล่นไม่ได้…ยิ่งเล่นแย่ไปใหญ่เลย
    ข้อสอง ผมดันไม่มีอาชีพเป็นนักดนตรี ทำให้ตนตรีไม่ใช่อันดับหนึ่งของชีวิต ดนตรีต้องมาหลังครอบครัว ดนตรีต้องมาหลังการทำงานเลี้ยงชีพ…ถ้าผมเป็นโสด และเป็นนักดนตรี ชิวิตนี้ของผมคงคือดนตรี (แต่เล่นเพราะ ไม่เพราะอีกเรื่องนึงน่ะครับ นักดนตรีอาชีพเล่นห่วยมีเยอะแยะ ถ้าผมเป็นนักดนตรีอาจเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้)

    แต่ทุกวันนี้ผมก็โอน่ะ (โอเค ไง…เห็นเด็กมันชอบพูดกัน ก็โอ ก็โอ ถามมันโอไรฟ่ะ มันบอกโอเคไงลุง….อ้อออ เอ๊าา เอ๊าา โอ ก็โอ)
    น้านนน ถามนิดเดียว (2 บรรทัด) ตอบซะหน้ากระดาษนึง…ตามฟอร์ม

    มาอ่านทวนดู…เอ๊า ความจริง 2 บรรทัดนั่น เค้าไม่ได้ถามไรด้วย เดี๋ยวมีใครมาพิมพ์ต่อว่า ใครถามนี่หน้าแตกเลยน่ะนั้น

  17. jap พูดว่า:

    สวัสดีครับ ขอมาแจมด้วยคน หวังว่าคงไม่รบกวนนะครับ

    บังเอิญว่าเพิ่งจะได้รู้จักบล็อกนี้มาไม่นาน ตอนเจอก็ตอนที่หาชื่อตัวเองเล่นๆใน google ก็เลยได้มาเจอที่นี่ ขอแนะนำตัวสั้นๆก่อนนะครับ ชื่อ jap ครับ หัดเล่น harmonica มาตั้งแต่ตอนเด็กๆ ตอนนั้นเล่นแบบงูๆปลาๆ เดาไปเรื่อย เล่นสักพักก็เบื่อแล้วก็เลยหยุดไปพักใหญ่ๆ ลืมบอกไปว่าตัวแรกที่เล่นเป็น tremolo ครับ ต่อมานานมาก จนกระทั่งลืมไปแล้ว ตอนนั้นกำลังหัดกีต้าร์ ก็เลยไปเดินหาวีดีโอสอนที่ร้าน rex หน้าพันทิพย์ พอดีเหลือบไปเห็นวีดีโอสอน harmonica ด้วยนี่นา สอยมาด้วยแล้วกัน เป็นของ Howard Levy: new direction for harmonica ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้อะไร แต่พอเริ่มเปิดไปแค่ตอน intro เท่านั้น โอ้!!! เล่นได้ยังไงฟะ เอา harmonica มาเล่น jazz หน้าตาเฉย ไหนว่า harmonica เล่นได้แค่ 7 เสียงยังไง แล้วทำไมมี sharp/flat ได้ด้วย พอดูจบช่วงแรกเลยต้องหยุดไว้ก่อน ลองไปรื้อในตู้ หา harmonica มาลองเองบ้าง แต่ทำไมหน้าตาไม่เหมือนกัน ตอนหลังถึงได้รู้ว่าพวกฝรั่งชอบเล่น diatonic มากกว่า วันต่อมาเลยไปซื้อมาตัวนึง ได้มาเป็น Hohner marine band แล้วก็มาหัดตาม รู้สึกว่าทำไมมันยากกว่าที่คิด ยิ่งตอนช่วงหลังตอนสอน overbend นี่ยิ่งแล้วใหญ่ กว่าจะเล่นได้ก็ปาไปสามสี่ปีได้เนื่องจากไม่ค่อยได้เล่น ช่วงหลังเลยมาหัด chrom ดูบ้างจนพอเล่นได้ ตอนเปลี่ยนมาหัด chrom ช่วงแรกงงมาก เพราะการใช้ลมไม่เหมือนกัน อย่างเช่น C#, G# ของ diatonic จะใช้ดูด แต่ของ chrom จะใช้เป่าเป็นต้น แต่พอเล่นไปสักพักก็จะรู้สึกว่า chrom เล่นง่ายกว่าเยอะ

    ส่วนเรื่องการสะสม ที่บ้านตอนนี้ก็มีหลายตัวเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่เข็ด ยังคอยหาตัวใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ ถ้าอยากจะขายตัวไหนก็บอกนะครับ เผื่อจะได้สอยมาต่อ เห็นรูปแล้วอิจฉามาก บางรุ่นพยายามซื้อก็ไม่เคยได้เลย

    เอาเป็นว่าวันนี้ขอตัวก่อนดีกว่า บอกว่าจะแนะนำสั้นๆ เดี๋ยวจะยาวเกิน แล้วจะแวะเข้ามาอีกครับ

  18. harmonicafe พูดว่า:

    สวัสดีคุณ Jap ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งครับ และดีใจมากที่จะได้กล่าวขอบคุณด้วยตัวเอง กับบทความที่ผมนำมาลงเรื่อง “เล่นโน้ตกันได้อย่างไร “

    บอกตามตรงเลย เพราะเรื่อง Harmonica ที่คุณ Jap เขียนทำให้ผมมีแรงเขียนต่อเนื่องได้มาเรื่อยๆ ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น… Blog นี้ไม่ใช่ที่แรกที่ผมเขียนเกี่ยวกับ Harmonica ผมเคยพยายามเขียนหลายครั้งแล้ว จดโดเมนก็หลายหน (ตั้งแต่ยังไม่มี Blog ในโลก Internet) หมดอายุไม่จ่ายตังค์ จดใหม่ วนอยู่ยังงี้ ก็เนื่องจากไม่มีแรงจูงใจจากคนเล่น คือคิดอยู่แต่ว่าเขียนไปก็ไม่มีคนอ่าน…แต่มันอยากระบายออกไปบ้าง ก็จะเริ่มเขียนหน้าแรก (ได้ระบายออกแล้ว) ก็จบ อยู่แบบนี้

    ทุกวันนี้ยังคงมีซาก Blog เก่าๆ ที่ผมเขียนไว้ลอยปะปนเป็นขยะอวกาศอยู่ใน CyberSpace ล่าสุด (เห็นลอยผ่านไปแว่บๆ เมื่อกี้) เขียนเมื่อปี 2008 ก็ยังค้างเติ่งอยู่หน้าแรกเหมือนเดิม

    จนได้มาอ่านที่คุณ Jap เขียนใน acousticthai.net นี่ไง ใช่เลยมีคนแบบเราอยู่ ผมไม่ได้บ้าอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว (เอ๋…เขียนแล้วอ่านดูแปลกๆ ชอบกล) และความสมบูรณ์ของบทความนั้นทำให้ผมไม่ต้องเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น นำมาลงได้เลย (ลอกได้เลย 5 5 5 แค่เขียนให้ดูดีครับ)

    ตัวผมเองเล่นไม่เก่ง แต่มีวัตถุดิบเยอะมาก (เพราะบ้าสะสมครับ) ไม่ว่าจะเป็นตำรา (ทั้งเป็นเล่ม และเป็น File ) หรือเครื่องดนตรี (บ้าไม่บ้า ไม่ต้องนับ Diatonic เพราะนับไม่ถ้วน เฉพาะ Chromatic ถ้าสะสมผมจะมีอย่างละ 2 ตัว แต่ถ้าเป็นเครื่องที่เล่นประจำอย่าง CX12 ผมมี 6 ตัว คือกะจะซื้อไว้ใส่ทุก Key ทั้งๆ ที่ผู้ออกแบบเขาทำให้สามารถถอดเปลี่ยน Key ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้น๊อตเลยแม้แต่ตัวเดียว นั้นทำให้ Harmonica เกินครึ่งที่ผมมีอยู่ ยังเวอร์จิ้น ไม่ได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว (ต้องขอแจ้งเพิ่มเติม…กันผู้ใดมาชม (ด่า) ผมว่ารวย คือ กว่า 90% ของ Harmonica ที่ผมสะสมไว้ ผมซื้อเมื่อกว่า 5 ปีที่แล้ว ซึ่งฝรั่งที่เล่น Harmonica ยังไม่รู้จัก ebay ในวงกว้าง ผมจึงตัดราคาประมูลได้เก่งกว่าฝรั่ง (แต่ตอนนี้ผมยอมแพ้มันแล้วครับ เงินมันใหญ่กว่าเรามาก) ซ้ำผมมีเทคนิคในการหา Harmonica โดยผมจะเข้า ebay เยอรมันซึ่งเป็นต้นทางของ Hohner (ebay.de) จึงมีของหลุด Stock มากกว่า ebay.com ทำให้ราคาถูกกว่ามากๆ ลงไปอีก อันนี้แนะนำให้คุณ Jap โดยเฉพาะในการหาของถูกครับ แต่ก็อย่างว่าคนรู้มากขึ้นก็ต้องขยันเฝ้าครับ นานๆ จะหลุด Stock มาสักที)

    วัตถุดิบอีกอย่างที่ผมมีเยอะคือ ประสบการณ์ การเป็นตาบอดคล่ำช้าง หมายถึงการเริ่มเล่นโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมาก่อนเลย…อย่างที่เคยเล่า ผมเริ่มเล่นเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ไม่มีคนสอน มีแต่หนังสือบางๆ ที่อยากเรียกว่าใบปลิวมากกว่า บอกว่าช่องไหนเสียงอะไรเท่านั้น เบนน่ง เบนนิ่ง อะไรนี่ไม่รู้จักเลย ผมต้องสร้างระบบ Tab ขึ้นมาเองเพื่อความสะดวกในการเล่นเพลงแต่ละเพลง (แต่ที่ไม่เอามาแนะนำเพราะกลัวผู้เริ่มหัดจะสับสน เลยใช้ Tab สากลแนะนำกันดีกว่า) เคยคิด (ฝัน) ว่าถ้าผู้เล่นกระจายมากขึ้นมากขึ้น ผมคงมีโอกาสแนะนำสิ่งดีๆ ที่เก็บไว้ให้ผู้ที่สนใจจริงที่ไม่รู้จักเครื่องดนตรีชิ้นนี้มาก่อนเลย

    การหัดเล่นของคุณ Jap สลับกับผม ผมเริ่มที่ Chromatic เพิ่งมาโหมฝึก Diatonic ได้ไม่กี่เดือนนี่เอง ความจริงซื้อเก็บไว้ตั้งนานแล้วแต่เป่าไม่ได้ก็เลยไม่สนใจจะฝึกเพราะมีความสุขดีอยู่แล้วกับ Chromatic (และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมฝึก Diatonic ไม่ก้าวหน้า)

    พูดถึงการ Overbend คุณ Jap ทำมันด้วยวิธีอะไรครับ ผมหาคนจะคุยเรื่องนี้นานแล้ว เพราะฝรั่งเองมันก็ไม่บอกหมดเท่าไหร่ (จากความรู้สึก) บ้างก็แนะนำการปรับ reed บางก็ บลา บลา บลา พูดอะไรของมันไม่รู้เรื่อง ตัวผมเองต้องใช้ Harmonica ระบบ Valved ของ Suzuki จึงจะทำได้ แต่เสียงก็จะเหลื่อมไม่ตรงกับตาราง Overblow ของ Harp ทั่วไป (แม้จะได้ครบเป็น Chromatic เหมือนกันก็ตาม)

    คุณ Jap สะสม Diatonic หรือ Chromatic ครับ สนใจรุ่นอะไรล่ะจะลองดูให้ ถ้ารุ่นสูงกว่า Top of Line ผมมักจะมีตัวเดียว ก็อยากจะเก็บเผื่อไว้สัก 2 แต่ช่วงนั้นของมีเยอะ (7-8 ปีที่แล้ว) ทำให้ต้องกระจายซื้อรุ่นอื่นๆ ตังค์เลยไม่พอ (ช่วงนั้นของใหม่ผมไม่ค่อยซื้อนอกจากเจอ ล้าง Stock อย่างที่เล่า ผมเน้นเก็บของเก่ารุ่นสงครามโลก สังเกตุในวงกลมด้านหลัง Harp จะมีดาวดวงใหญ่อยู่ตรงกลาง ซึ่งทุกรุ่นในปัจจุบันจะไม่มี เป็นวงกลมเฉยๆ ยิ่งถ้าเป็นแบบมีทั้งดาว มีทั้งหมายเลข Lot No. ฝรั่งมันแย่งกันประมูลตอนนี้ผมสู้มันไม่ไหวเลย ตอนนั้นของเก่าไม่แพง บางตัวผมซื้อไม่กี่ร้อยเองรวมค่าส่งก็ยังห่างพันอีกมาก แต่ปัจจุบันเห็นปิดที่ราคาเกือบ $300 ก็เกือบหมื่นบาทแล้ว) กะอยู่แล้วว่าของเก่าต้องแพงขึ้นในอัตราที่มากกว่าของใหม่ ฝรั่งที่สะสมก็คงคิดเหมือนผมว่าของใหม่มีเงินซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ของเก่าสภาพดีนี่สิ มันไม่มีมาบ่อยๆ หมดแล้วหมดเลย แต่อย่างไรก็ดีของที่ผมมีอยู่…ในเมืองไทยมันไม่มีค่าอะไรเลยครับ ไม่เชื่อเอาไปวางคลองถม หรือหลังกระทรวงดูก็ได้ Hohner Marine Band อายุ 100 ปี บอก 200 อาจโดนต่อสวน 100 เดียวได้ไม๊ โธ่ อนิจจัง ไม่เที่ยงหนอ อย่ายึดติด ของนอกกาย อมิตตาพุทธ

    มีเรื่องคุยอีกเยอะเลยครับ ยิ่งกับ Chromatic ผมมองข้ามมันไปมากเลยอยู่กันมานานแท้ๆ พอมาหัด Diatonic แล้วกลับไปเล่น Chromatic ถึงได้รู้ว่าถ้าเราเอาเทคนิดของ Diatonic ไปเล่นใน Chromatic จะเกิดอะไรที่คาดเดาไม่ได้อีกมาก (เพราะไม่ค่อยมีใครนิยมเล่นทั้ง 2 แบบพร้อมๆ กัน ฝรั่งเองยังแบ่งเป็น 2 พวกเหมือนโค้ก กับแปปซี่เลยครับ) หวังว่าคงได้แลกเปลี่ยนความรู้กันอีกครับ

  19. jap พูดว่า:

    สวัสดีตอนเชัาครับ

    ตอนแรกว่าจะรอตอนเย็นค่อยมาตอบ แต่เห็นเขียนมายาวมาก กลัวจะเสียความตั้งใจ ขอตอบเล็กน้อยก่อนก็แล้วกัน

    ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ที่ผมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดบล็อกนี้ รู้สึกดีใจเหมือนกันที่มีคนบ้าๆแบบเดียวกันด้วย แต่ก่อนก็เคยคิดจะมีบล็อกเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีเวลา เคยเขียนลงบอร์ดของลุงน้ำชา แต่ช่วงหนึ่งมีปัญหา ข้อมูลเก่าหายหมด เลยขอพักไว้ก่อน จนเริ่มมีเวลา ก็เลยไปเปิดประเด็นไว้ที่ acousticthai เผื่อว่าจะมีคนสนใจ จะได้เขียนต่อ เคยคิดอยากทำหนังสือ แต่ช่วงนั้นได้คุยกับอ.นพดล ก็กำลังจะออกหนังสืออยู่พอดี ก็เลยเบรค มารู้ตอนหลังว่าเป็นหนังสือสอน tremolo เลยอยากลองอีกครั้ง คราวนี้ไปถามที่ร้านมีสินตรงหลังกระทรวงที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Hohner ก็ดูเฉยๆ เลยคิดว่า เลิกดีกว่า จนเมื่อต้นปี ได้ไปเดินแถวเวิ้งที่ไม่ได้ไปมานานเพราะไม่ค่อยมีที่จอดรถ แถมหยุดวันอาทิตย์อีกต่างหาก วันนั้นไดัไปเจอคุณต้อม คุยกันนานมาก เห็นแกถามโน่นนี่ จนต้องเอามาเล่นให้ดู พร้อมอธิบายทฤษฎีอีกยืดยาว จนแกงงไปเลย พอบอกว่าอยากเขียนหนังสือ ก็ดูเหมือนจะสนใจ แต่ช่วงกลางปียุ่งมาก เลยไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก ขนาดเขียนในบอร์ดยังไม่ค่อยมีเวลาเลย จนช่วงนี้เริ่มจะว่างขึ้น ลองหาข้อมูลใหม่จนได้มาเจอที่นี่

    เรื่องของสะสม เพิ่งมาเริ่มช่วง2 2-3 ปีนี้ ก็พอจะเจียดเงินได้กว่าเดิม ตอนนี้พยายามจะเก็บ diatonic ให้ครบทุกคีย์ ที่มีก็มักจะไม่ซ้ำรุ่นกัน จะได้รู้ความแตกต่าง มีทั้ง marine band, special 20, pro harp, cross harp, golden melody, XB-40, meisterklasse, overdrive, herring… น่าจะประมาณนี้ จำไม่ค่อยได้เหมือนกันเพราะไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว
    ส่วน chrom ก็มักจะเป็นของ Hohner พวก chrometta, super chromonica, cx-12, 64, super 64 กำลังอยากได้ super 64 x สวยมาก
    แต่ช่วงหลังมักจะเก็บของแปลกๆ พวก slideless chrom อย่าง chromatica, polyphonia หรือ Tombo S-50, Yamaha SS-220 หรือไม่ก็พวก orchestral เลย อย่างตอนนี้ มี bass อยู่ 3 ตัว มี chord อยู่ 4 ตัว ที่ภูมใจที่สุดก็ harmonetta หายากมาก กำลังอยากได้อีกตัวแต่ยังไม่มีโอกาสดีๆเลย

    ส่วนที่ถามเรื่อง overbend นี่ตอบยาวมากเลย หลักๆจะเอามาจากวีดีโอของ Howard Levy ซึ่งแนะนำให้โมก่อน จริงๆเรื่องโมไม่ยากถ้าใจกล้าพอ เคาเอา golden cup มาโมเล่นตั้งหลายตัว เอาคีย์ major มาทำเป็น minor บ้าง หรือไม่ก็เลียนแบบ country tune บ้าง melody maker บ้าง แรกๆก็มั่วๆ หลังๆถึงพอจับทางได้ แต่ก็ตัองใจเย็นๆ ตอนนี้ถ้ามีเวลาจะลองเปลี่ยนลิ้นเองดู แต่ถ้าจะยาก

    เห็นคุณ harmonicafe บอกว่า overbend โดยใช้ pro master ไม่ทราบว่าเป็นรุ่นที่มี valve หรือเปล่า ถ้ารุ่นนั้นไม่น่าจะ overbend ได้ เพราะมันติด valve จะไม่ใช่ overbend แต่จะเป็น valve bend แทน ซึ่งเสียงจะไม่เหมือนกัน normal bend กับ valve bend จะให้เสียงที่ต่ำลง แต่ overbend จะให้เสียงที่สูงขึ้น ซึ่งแนะนำให้ปรับ reed gap เล็กน้อยแล้ว golden cup ก็จะ overbend ได้ แต่ถัาไม่ปรับ ขนาด Hohner หรือ Suzuki ยังทำยากเลย

    ลืมบอกไปว่า ถ้ามี overdrive อยู่แล้ว ก็จะสามารถเล่นได้ทั้ง valve bend และ overbend เลย ไม่ยากถ้ารู้หลัก ถ้าจะเล่น valve bend ก็ให้ปิดรูที่ไม่ออกเสียง (รูล่างช่อง 1-6, รูบนช่อง 7-10) ส่วน overbend ก็ปิดรูที่ออกเสียง (รูบนช่อง 1-6, รูล่างช่อง 7-10) ไม่ต้องสนใจว่าปิดช่องไหน เอานิ้วทาบปิดมันให้หมดไปเลย ง่ายดี ส่วนถ้าจะลองของรุ่นอื่น แนะนำให้แต่งเล็กน้อย เท่าที่เคยลองที่ยังไม่ได้ปรับ ก็มี golden melody, marine band SBS แล้วก็พวกที่เป็นโลหะที่พอเล่นได้เหมือนกัน

    ไว้ค่อยมาว่ากันต่อครับ

  20. ตั้ม พูดว่า:

    สวัสดีครับ^^

    ไม่ได้เข้ามาหลายวันคนเพี๊ยบเลย

    ม.รังสิต น้ำลดแล้วนะครับ หลังจากโดนมือมึดดึงกระสอบทรายออกจนทำให้น้ำท่วม

  21. harmonicafe พูดว่า:

    Diatonic ที่คุณ Jap มีผมสนใจรุ่น XB-40 ว่าจะซื้อมาลองหลายครั้งแล้ว แต่ไปอ่านรีวิวที่ฝรั่งมันเขียนทีไร มีแต่ติ ไม่ค่อยมีชมเลย ก็ทำใจซื้อไม่ได้ซะที (ข้อสำคัญยังไม่เจอราคาถูกจังๆ ครับ) ใช้งาน Work ไม๊ครับ

    เห็นของที่คุณ Jap สะสมแล้ว พวก bass พวก chord หรือ harmonetta นี่มันอลังการงานสร้างทั้งนั้น ดูราคาแล้วต้องขอบายครับ แต่พวก slideless chrom นี่ผมก็มีหลายตัวเหมือนกัน แต่หยุดซื้อไปนานมากเลยจำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรบ้าง มีแต่บังเอิญเมื่อเดือนที่แล้วเปิด ebay ดูเล่นๆ ดันไปเจอ slideless chrom ยี่ห้อ Unitone ของอเมริกาเลยสอยมาซะ (รู้สึกหลายปีก่อนผมจะเคยซื้อมาตัวนึงแล้ว แต่สภาพมันไม่ใหม่เอี่ยมเหมือนตัวนี้)

    พักหลัง ตั้งแต่ทำ Blog นี่ กิเลสชักกำเริบเข้า ebay ถี่…หาเรื่องเสียเงินอีกแล้ววว

    สำหรับการ valve bend  ใช่เลยครับ แต่ผมไม่รู้ว่าเค้าเรียกกันว่า valve bend  ผมก็เลยเรียกแต่ Overblow ระบบ valve (ซึ่งคือ ผมเรียกผิด เพราะมัน Under ไม่ใช่ Over) อย่างว่าแหละครับ ภาษาอังกฤษไม่แตก แต่อ่านเรื่องการโมลิ้น Harp แล้วก็กระจ่างขึ้นครับ ไว้จะไปหาซื้อ Gloden Cup มาลองซะหน่อย ไม่ทราบร้านไหนมีให้เลือกเยอะๆ บ้าง (จะลองกับ Harp ที่มีอยู่ก็ตัดใจไม่ลงกลัวพัง)

    ได้คุยเรื่องถูกใจนี่ มันสนุกจริงๆ เลย

  22. harmonicafe พูดว่า:

    สวัสดียามค่ำครับ คุณตั้ม
    บทความเก่าๆ ก็มีคนเข้าครับ ผมตอบไปแล้ว
    อยากให้บ้านเรามีนักดนตรีเล่น Harmonica ออกเป็น Single มาสักเพลง เอาให้บูลจ๋า เลย (คือหวังให้ออกเป็นอัลบัมแหละครับ แต่กลัวเค้าเจ๊ง โดนโหลดกันหน้าเขียวแน่) แล้วใส่ใน Net ของดีสามารถสร้างกระแสได้แน่นอน

    เผื่อบ้านเราจะเกิดปรากฎการณ์เล็กๆ แบบ โฮชองวิงเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว

    เรื่องน้ำท่วมเพราะโดนเจาะกระสอบฟันหลอนี่ ผมทราบครับ พวกนี่มันเป็นเชลยศึกเมื่อชาติก่อนกลับชาติมาเกิด….คุยเรื่องการเมืองแล้วเดี๋ยวของขึ้น

  23. harmonicafe พูดว่า:

    อ้อ ลืมไปนิดสำหรับคุณ Jap
    ถ้าสนใจเรื่องทำหนังสือ ผมช่วยได้น่ะครับ
    ตั้งแต่ทำ artwork จนออกเป็น เพลตพร้อมพิมพ์ เพราะครึ่งชิวิตแรกของผมนี่อยู่กับ Computer Graphic กับเครื่องยิงฟิลม์ ยิงเพลต แล้วถึงเลิกมาทำงานส่วนตัว

    ให้ต้นฉบับพร้อมเป็นพอครับ

  24. doct พูดว่า:

    สวัสดีครับ

    อยากถามผู้รู้หน่อยนะครับคือผมซื้อ Hohner xb-40 มาแล้วรู้สึกว่า ช่อง เสียงสูง8-10 มันอั้นๆยังไงก้อไม่รู้ เล่นเสียงได้ไม่ใสเอาเลย ไม่เหมือน รุ่น golden melody ที่ผมเล่นอยู่อีกตัว(โดยเฉพาะช่อง 8 draw เสียงเกือบไม่ออกเลย)อีกอย่าง คือที่ว่ามัน bend ได้มากๆ ผมลองแล้วรู้สึกว่ามัน bend ค่อนข้างยาก และไม่ได้มากตาม chart ที่ลงไว้
    ค่อนข้างผิดหวังมาก มีใครใช้รุ่นนี้บ้างครับ อ้อแล้วมีที่ไหนรับซ่อม มั้ยครับ ผมว่าของผมต้องซ่อมแน่ๆเสียดายซื้อมาหลายตังค์เหมือนกัน

    ผมอยากซื้อ chromatic ซักตัวมองๆ ไว้ 3 รุ่น คือ larry adler, CX-12 และ suzuki SCX-14 ตัวไหนเสียงดีที่สุดครับ

  25. harmonicafe พูดว่า:

    สวัสดีเช่นกันครับ

    แหมขึ้นต้นว่าขอถามผู้รู้ เล่นเอาคิดหนักเลยว่าจะตอบดีป่าวหว่า เพราะคำถามที่ถามดันเป็นคำถามที่ผมดันไม่รู้ซะด้วย 5 5 5 สองเด้งเลย
    XB-40 เป็น Harmonica ที่ผมไม่มีครับ คงต้องแนะนำคนที่มีคือคุณ Jap ก็ไม่ทราบคุณ Jap จะเข้ามารึเปล่า
    อยากจะซื้อมาลองเหมือนกัน แต่ก่อนซื้อรุ่นไหนผมมักใช้เวลาไล่อ่าน comment ของคนที่เคยใช้มาก่อน สำหรับ XB-40 ผมยังไม่เคยเจอคนที่ซื้อใช้แล้วชมมันเลยครับ…มีแต่ขั้นต่ำๆ ก็บ่นว่ามันเป็นแค่รุ่น Phototype ที่ Hohner ควรจะ R&D ให้ดีกว่านี้ คนที่ใช้มักพูดตรงกันว่ามัน Bend ง่ายจนไม่ได้ตั้งใจจะ Bend มันก็ดัน Bend เสียงเองให้ซะงั้น Control ยากมาก…พออ่านแต่ล่ะดอกแล้ว ผมเลยขอผ่านทุกครั้งจนถึงทุกวันนี้ไม่ได้ซื้อมาลองซะที

    เรื่องการซ่อม Harmonica สำหรับ Harp ธรรมดา ที่เคยเห็นกะตา ก็ลุงอุทิศนี่แหละครับซ่อมได้ (ลุงแกเคยเป็นช่างทองมาก่อน ซ่อม Harp แค่นี้สะบายมาก…ลุงแกบอกผมครับ) แต่ผมว่าแกไม่มีเวลาซ่อมให้หรอกครับ…งานแกเยอะจะตาย ยิ่ง XB-40 นี่ลิ้นมันละเอียดอ่อนมาก มั่นใจว่าในบ้านเราตอนนี้ไม่มีช่างที่ซ่อมได้ครับ ต้องส่งศูนย์ที่ฮ่องกง (ใน ebay มีแต่ผมไม่เคยใช้บริการ เลยไม่ทราบว่า ส่ง XB-40 ไปเนี่ยจะโดนยำรึเปล่า)

    สำหรับ Chromatic ที่ผมเล่นจนจำเสียงและสัมผัสได้ จากที่ให้มามีแค่ Larry Adler กับ CX-12 ครับส่วน Suzuki SCX-14 ผมจำเสียงมันไม่ได้เพราะไม่ได้ซื้อไว้ใช้ (เคยแค่ลองเป่าเล่นที่ร้าน 10 กว่าปี แล้วมั่งเป็นตัวสีทองไม่รู้ใช่ SCX-14 รึเปล่า…แต่จากราคาน่าจะใช่) Larry Adler เสียงจะใสแต่กินลมกว่า CX-12 และให้สัมผัสกับริมฝีปากใกล้ Diatonic มากกว่า CX-12 (ใกล้แค่สัมผัส แต่เสียงมันคนล่ะเรื่องกับ Diatonic เลยน่ะครับ)

    ส่วนที่ว่าตัวไหนเสียงดีที่สุด…มันแล้วแต่คนชอบ ตัดสินลำบาก เอาส่วนตัวผมไล่จากชอบมากก็เริ่มที่ SCX-14 (อ้าวมาไงเนี่ย…คือมัน First Impression ครับ ตอนนั้นผมเป่าแต่ Super Chromonica แล้วได้ไปลอง SCX-14 ที่ร้าน…เสียงแรกที่เป่าออกมา โอโห้ ทำไมมันใสยังงี้ ตั่งแต่นั้นก็จำมาตลอกว่าเสียงดีจังอยากได้…แต่ไม่มีตังค์) ตัวต่อมาก็ Larry Adler (ผมว่ามันก็ใกล้เคียงกับ SCX-14 แหละคือดีกว่า Super Chromonica) แล้วก็ CX-12 ครับ…ก็ไม่ได้ทิ้งกันอะไร ชอบเช่นกัน แต่ผมเลือกใช้ CX-12 เพราะมันกินลมน้อยครับ คือกินลมน้อยที่สุดในตระกูล Chromatic จะมากกว่าก็แต่ Diatonic เท่านั้น (Diatonic นี่มันแค่หายใจผ่านปาก ก็ดังแล้วครับ)

    ขอให้พบ Chromatic Harmonica ที่ถูกใจที่สุดครับ
    ปล. ขอโทษที่ตอบซะค่ำ…แต่มีเรื่องแปลกคือ คำถามที่เข้ามามักมาพร้อมกัน แล้วก็หายไปหลายวันไม่มี แล้วบทจะมาก็มาพร้อมๆ กันหลายคนอีก…แปลกดีครับ…นี่ก็ตอบ Comment ท่านอื่นที่ถามมาก่อนอยู่ ก็เลยมาตอบเมนท์นี้เอาซะค่ำเลย
    อ้อ ใน About ก็มีคนไปเมนท์ไว้หลายเรื่องน่ะครับ ผมตอบมีเนื้อหาสำหรับมือใหม่พอสมควร คงจะพอมีประโยชน์บ้าง แต่อาจจะไม่เคยเปิดไปดูกัน เลยแจ้งท่านอื่นที่เป็นมือใหม่ไว้ตรงนี้ครับ

  26. มานะ พูดว่า:

    ติดตามอ่านความเห็นตามหัวข้อต่างๆ อ่านซ้ำไปซ้ำมา เป็นการทบทวนความรู้ อยากถามคุณ Harmonicafe ความแตกต่างของการเป่า ระหว่างการเป่าจากกระบังลม กับการพ่นจากคอ ความหมายคือ การเป่าจากกระบังลมคือการให้ลมจากกระบังลมออกมาโดยการเปิดคอโล่งเต็มที่ใช่หรือไม่ ส่วนการพ่นจากคอหมายถึงการบีบคอขณะที่พ่นลมออกมาใช่หรือไม่ ที่สงสัยเพราะ ลองทำดู การเป่าต้นกำเนิดลมน่าจะเป็นกระบังทั้งคู่ ผมพยายามหาความรู้เพื่อทำให้ถูกต้อง ผมโชคดีที่เริ่มหัดโดยมีครูแนะนำ จึงอยากจะฝึกให้ถูกต้องแต่ต้น แค่ผิดที่เป่าปากจู๋มาไม่ถึงเดือน ก็ต้องแก้เป็นสัปดาห์กว่าจะหาย ตอนนี้ก็ฝึกการ Bled ขณะที่ใช้ลิ้นอุดรู อยากน่าดู
    ใครว่า Diatone เล่นยาก ผมว่า Chromatic เป่ายากกว่า ต้องใช้ลมมาก เสียงไม่เพราะเท่า Diatone การเป่าต้องเริ่มจากการคาบ Harmonica ให้ถูกต้อง ตามที่ JP Allen แนะนำ และใช้ลิ้นอุด3 รูด้านซ้าย แล้วเป่าให้เป็น Single note ตามที่คุณ Harmonicafe แนะนำ ต้องจำโน๊ตในแต่ละรูให้ได้ ดูจากรูปที่คุณ Harmonicafe นำของคุณ JAP มาลงให้ดู เท่านี้ก็สามารถเป่าเป็นเพลงได้ ผมสนใจเทคนิกการเป่าของลุงอุทิศ คุณ Harmonicafe น่าจะลองขอให้คุณลุงอุทิศถ่ายทอดเทคนิกเพื่อเป็นวิทยาทานแก่พวกเรา การเป่าที่มีทั้ง เบส คอร์ด และทำนองไปพร้อมกัน ผมเป่าเป็นแต่ ทำนอง ก็อยากฝึกแบบมี เบส มีคอร์ดบ้าง
    ผมว่าคุณ JAP น่าจะทำหนังสือ แต่น่าจะเป็นสำหรับ Diatone เนื่องจากแบบ Tremolo มีของ อ.นพดล แล้ว ผมว่าชาย Harmonica น่าจะยินดี เพราะผมเองภาษา ประกิด ถ้านอกเหนือจากวิชาชีพแล้ว ไม่ค่อยจะแข็งแรง ยิ่งเป็นทางด้านดนตรี ที่ไม่มีพื้นฐานแล้ว มันเข้าใจไม่ 100 % mทำเถอะนึกว่าเป็นวิทยาทาน

  27. harmonicafe พูดว่า:

    สิ่งที่พี่มานะขอ คุณ Jap จัดให้เรียบร้อยแล้วครับ เพิ่งลงยังร้อนๆ อยู่เลย
    http://www.youtube.com/user/JapHarmonica

    ตามไปดูเลยครับ

  28. harmonicafe พูดว่า:

    ใช่ลมจากกระบังลม ฟังดูเหมือนยาก อธิบายง่ายๆ เลยคือ ให้หายใจด้วยปากน่ะแหละครับ ลองดูซิครับเห็นข้อแตกต่างไม๊ หรือใช้ปากทำเสียง ห้า ห้า ห้า พอจะหายใจเข้าอย่าหุบปาก จะเห็นว่าคอเป็นทางผ่านขอลมเท่านั้น คอจะโล่งๆ กล้ามเนื้อไม่เกร็งเลย

    อย่าไปยุให้คุณ Jap แกหมดตัวเลยครับ ใครทำหนังสือ Harmonica หรือออกแผ่น Harmonica ในบ้านเราตอนนี้นี่นอนเอาเท้าก่ายหน้าผากเลย คนรู้จัก หรือสนใจน้อยมากครับ เราต้องช่วยกันก่อน ช่วยกันเล่น ช่วยกันเขียนแชร์ความรู้ มีแค่ไหนก็เขียนแค่นั้น หรือถ้ามีเวลาก็แกะเพลงมาให้คนอื่นได้เล่นบ้าง คือถ้าเล่นง่าย เล่นสนุก มีเพื่อนเล่นด้วย คนก็จะมากขึ้น มากขึ้นไปเอง ถึงจุดนั้น ผมว่ามีหลายเจ้าแย่งกันแต่ง แย่งกันพิมพ์เลยล่ะ ตอนนี้ผมว่ายุให้แกลง Clip ใหม่เร็วๆ ดีกว่า

  29. นพดล พูดว่า:

    ผมชอบเข้ามาอ่านได้ความรู้มากเลยครับ หากจะไม่จดโดเมนต่อก็น่าเสียดายสงสัยจะต้องรีบก๊อบปี้บทความดีๆส่ะแล้วว อิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s