ก่อนจะเป่า Single Note

Posted: สิงหาคม 4, 2010 in เพิ่มพูนทักษะ

อย่างที่เคยพิมพ์ให้ทุกท่านทราบ ไม่ว่าท่านจะเลือก Harmonica แบบใดมาเป่าก็ตาม ท่านต้องหัดเป่า Single Note ให้ได้ก่อนจึงจะเป่าบทเพลงต่างๆ ได้เสียงที่มี Melody ชัดเจน

แต่ก่อนที่จะเริ่มเป่า เราก็ต้องเริ่มที่จับ Harmonica ก่อน (เอ๊าา ก็แน่นอนอยู่แล้ว…) เดี๋ยวจะว่ากำปั้นทุบดิน คือมันยังงี้ครับ การจับตามภาพด้านล่างจะทำให้ท่านสามารถเลื่อนเปลี่ยนเสียงทางซ้ายขวาได้คล่อง และยังใช้มือขวาช่วยทำเสียงเทคนิคต่างๆ เช่น วาร์ วาร์ หรือ เสียงสั่น ได้สะดวก เพื่อเพิ่มความน่าฟังให้กับเพลงที่เล่น


ในภาพเป็น Harmonica แบบ Diatonic ซึ่งถ้าเป็น Chromatic นิ้วโป้งขวาจะอยู่บนปุ่มกดครึ่งเสียง

ทดลองจับให้กระชับ (ถ้าแบบนี้ไม่ถนัด ท่านจะจับแบบอื่นก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไร นักดนตรีดังๆ บางคนจับแบบกินข้าวโพดก็มี) แล้วลอง เป่า+ดูด ไล่เสียงทุกช่องดู (เสียงตามตารางที่ลงไว้เมื่อคราวก่อน) เสียงไม่เคลียร์ไม่เป็นไร เป่าเล่นให้ชินมือไปก่อนเดี๋ยวเราจะมาดูวิธีเป่ากันต่อไป

หลังจากหยิบจับคล่องมือดีแล้ว เรามาดูการเป่ากันต่อจากรูปด้านล่าง

วงรีใหญ่คือ ปากเราที่แนบ (คาบ) Harmonica ไว้ ในรูปจะคาบไว้ประมาณ 4 ช่อง

วงรีเล็กด้านในคือลิ้นที่ใช้อุดช่องที่ไม่ต้องการให้ลมผ่านไว้ 3 ช่อง ปล่อยให้ลมผ่านในช่องที่ให้เสียงที่เราต้องการ

ทดลองเป่า ลองขยับปาก และลิ้นจนกว่าจะได้เสียงเดียวชัดเจนตามโน๊ตที่เราต้องการ ให้ลองกับเสียงช่อง 4,5,6 และ7 สำหรับ Diatonic Harmonica และ ช่อง 5,6,7 และ8 สำหรับ Chromatic Harmonica เพราะอยู่ช่วงกลางจะสะดวกในการขยับ และกะระยะให้ชำนาญ เป็นเสียงที่อยู่ใน Key C Major ทดลองไล่เสียงขึ้นลงจนกว่าจะให้เสียง Single Note ที่ชัดเจน

บางท่านเป่า Harmonica ให้ออกเสียงเดียวโดยทำปากจู๋ประกบรู ไล่ที่ละรูไปมา ผมไม่แนะนำเพราะต่อไปเมื่อมีการใส่เทคนิคอื่นๆ จะทำไม่ได้ (และต้องมาหัดกันใหม่คราวนี้จะยากกว่าเดิม เพราะชินซะแล้ว) เช่นการเป่าเป็นคอร์ด, การทำเสียงรถไฟ หรือการทำเสียง วาร์ วาร์ ล้วนต้องใช้การประสานเสียงจากหลายช่องพร้อมๆ กัน ซึ่งใช้ลิ้นเป็นตัวบังคับเสียง

อ้อ ตอนนี้หลายท่านคงเริ่มบ่นแล้วทำไมมันไหลย้อย เละเทะอย่างนี้ ใช่ครับน้ำลายไหลกันฉ่ำเบอะ ต้องทำใจในช่วงแรก (ผมก็เป็นลองเอามาดมดูอื้อหื้อ เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องลองดมก็ได้ Confirm แล้วไปดมเข้าเดี๋ยวจะถอดใจ) ให้มันไหลไป หาผ้าเช็ดหน้าวางไว้ที่หน้าตักหนึ่งผืน ไว้เคาะน้ำลายออกตามความเหมาะสม อย่าเช็ดปากริมฝีปากของเราต้องชื้นอยู่เสมอเพราะเสียดสีไปมากับ Harmonica ถ้าแห้งจะทำให้ปากแตกจากการเสียดสีได้ ถ้าเว้นช่วงนานจะเตรียมน้ำไว้สักแก้วก็ได้ ไว้จิบให้ริมฝีปากเปียกนิดหน่อยก่อนเริ่มเล่น

วันนี้คงให้ทุกท่านหัดทำที่กล่าวมาทั้งหมดให้คล่อง ให้ชัด (อย่าหลอกตัวเองครับ ถ้าไม่คล่อง ไม่ชัดก็ต้องหัดใหม่จนกว่าจะได้ ไม่เช่นนั้นบทต่อไปจะหงุดหงิดมากเพราะทำไม่ได้) เล่นไปสักพักจะกะระยะ และจำเสียงได้ ไม่ต้องก้มลงดูเลยว่า กรูเป่าช่องไหนอยู่ว่ะเนี่ย

ถ้าใครทำได้เร็วจะลองไปเอาโน๊ตขลุ่ยมาเป่าเล่นก่อน จะได้ไม่เบื่อก็ดีครับ

คราวหน้าเราจะมาลองเป่าตาม Tab เพลงที่ฝรั่งเค้าทำตำรากันเอาไว้ ผมมีอยู่หลายเล่มพอสมควร จะคัดมาลองเป่ากันดูขอให้สนุกกับการเล่น Harmonica ครับ

ความเห็น
  1. Prakarn พูดว่า:

    รออ่านตอนต่อไปอยู่ครับ เป็นความรู้ที่ไม่เคยรู้จริงๆครับ

  2. harmonicafe พูดว่า:

    ตอนต่อไปผมพิมพ์เสร็จ + เตรียม Tab และ clip ที่เล่นตาม Tab ด้วย Tremolo, Diatonic และ Chromatic (Load จาก Net) เรียบร้อยแล้ว มาติดตรงกำลังหาวิธีบันทึก Clip ของตัวเอง (กลัวคนอ่านจะเสียกำลังใจว่าทำไมเล่นยังไงก็ไม่เหมือน Clip ฝรั่ง เลยต้องลงแบบพื้นๆ ที่ผมเล่นประกบไปด้วย)
    ไปดูเบื้องหลังฝรั่ง-เทพฮาร์โมนิก้า ทั้งหลาย เค้าใช้เครื่องเสียงไฮเอนด์เสียงใสกิ้ง ส่วนผมมีแต่ Webcam กับไมค์ติดหูฟัง ตอนนี้ไปซื้อไมค์แบบ Dynamic มาแล้วยังไม่ได้ลองเลย เพราะไมค์แบบติดมากับหูฟังมันไม่ไหวจะเคลียร์ (ความจริงเรื่องลองไมค์เปรียบเทียบกัน ก็เขียนได้อีกหนึ่งตอนเลย แต่งานยุ่งจนไม่มีเวลาลองเป็นเรื่องเป็นราว)

    Suzuki Folk Master ที่ถามมาผมตอบอยู่ต่อจาก Comment ที่ถาม (หน้า About) ลืมบอกไปนิดว่าตัวแทนจำหน่ายในไทยคือ ธีระมิวสิค ขอคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องดนตรีจากคุณต้อมเจ้าของร้านได้ครับ (เจ้าของร้านมีหลายท่าน แต่คุณต้อมแกสนใจ Harmonica อยู่พอดี) แต่ถ้าถามผม ผมสนับสนุน Suzuki เต็มที่ครับ (ยิ่งคนเริ่มฝึกด้วย) ตัวผมเองก็ใช้อยู่ (ก็เริ่มฝึกเหมือนกัน)
    ผมมี Hohner Meisterklasse ทั้งรุ่น Classic และ MS เอามาเทียบกับ ProMaster ของ Suzuki ได้เลยครับ รุ่น Top เหมือนกันเปรียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ได้เลย Suzuki คุ้มค่ากว่าครับ
    ส่วนที่เรามักจะพบเห็นว่าฝรั่งโปรทั้งหลายชอบใช้ MarinBand ผมเคยอ่านเจอเหตุผล แต่ผมยังเล่นไม่ได้ถึงระดับนั้นเลยยังไม่คล้อยตามเหตุ และผล ที่ฝรั่งว่าไว้ (ถ้าจะเขียนก็ได้อีกหนึ่งบทความเลยครับ กะไว้ว่าจะเขียนวันหลัง) เอาเป็นว่าถ้าชอบสไตล์ MarinBand ก็ซื้อ Suzuki Manji ได้เลย แพงกว่านิดหน่อย (แต่ MarinBand ต้องเอาไปโมฯ อีก เพราะฉะนั้น Manji ก็ถูกกว่าอยู่ดี) แต่เป่าง่ายกว่าเยอะ

    Blog ผมคนอ่านน้อยเพราะผมยังไม่ได้ทำ SEO กะว่าจะเขียนไปเรื่อยๆ ยุ่งก็หยุด อย่างช่วงนี้หลายท่านอาจกำลังเช็ดน้ำลาย เพราะหัดเป่า Single Note อยู่ ผมเลยอู้ตอนหน้า ไปหัดทำ Clip สักพัก และปรับปรุงรายละเอียด Blog (ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำ Blog เลย เคยลองครั้งนึงเมื่อปี 2008 ก็ Blog เกี่ยวกับ Harmonica นี่แหละครับเขียนได้ตอนเดียวก็ค้างเติ่งมาจนถึงทุกวันนี้)
    กะว่าเขียนถึงเรื่อง Bending เมื่อไหร่ คงมีเนื้อหามากพอที่จะเริ่มทำ SEO คือผมกลัวคนมาหัดเล่น Harmonica แล้วผมเขียนไม่ทันเพราะความรู้ไม่มากพอ เลยเขียนสะสมไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะฉะนั้นอาจมีเขียนพรวดๆ ติดๆ กันทุกวัน แล้วหยุดไปลองอะไรสักพัก สลับกันไปเรื่อยๆ อย่างนี้ จนหมดภูมิเมื่อไหร่ ก็คงลงแต่โน๊ต และ Clip ที่ผมเป่า แหละครับ

    ดีใจที่มีคนสนใจ Harmonica ครับ

  3. Prakarn พูดว่า:

    ก่อนอื่นขอเรียนว่าดีใจจริงๆทีท่าน Harmonicafe ตอบความคิดเห็น เพราะเมื่อไม่กี่วันนี้เองพึ่งทำใจว่าคงเป็นเว็บดีๆที่ร้างเพราะท่านเจ้าของเว็บทิ้งเนื่องจากติดภารกิจอื่นจนไม่สามารถสานต่อ(เหมือนเว็บหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบอยู่(ฮา)

    ผมกำลังสนใจ Harmonica เพื่อถือเอาเป็นงานอดิเรก จากการค้นข้อมูลจากเนท พบว่ามี 2 ยี่ห้อที่เด่นคือ hohner กับ suzuki .. hohner นั้นผมหาตัวแทนที่จะคุยด้วยไม่ได้ เลยโทรไปที่ตัวแทน suzuki ธีระมิวสิค ก็น่าจะเป็นคุณต้อมนั้นแหละครับ รับสาย เพราะอัธยาศัยดีมาก ให้ความรู้โดยละเอียด และบอกว่า Manji คีย์ c จะมาปลายเดือน ก,ค.ถ้าสนใจจะซื้อควรรอซื้อ.. ส่วนการโทรครั้งที่สองคงไม่ใช่คุณต้อม เลยยังไม่มีโอกาสพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อตัดสินใจสั่งซื้อ ^L^

    ระหว่างรอสั่งซื้อ ผมทำการบ้านไปพลาง ทำให้ได้ข้อมูลว่าระดับสมัครเล่นอย่างผม เบื้องต้นคงไม่จำเป็นต้องเริ่มระดับ Manji เพราะเมื่อต้องซื้อคีย์อื่นๆเพิ่มเติม นอกเหนือจากคีย์ c แล้ว ค่าใช้จ่ายคงสูงจนอาจเครียดหนักกว่าเดิม นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องเริ่มจากชุด folk master

    อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่ทดลองซื้อ Diatonic คีย์ c ราคาถูกมาขัดตาทัพไปก่อน พบว่าเล่นยากแฮะ ทำเอาลังเลว่าถ้าลงทุนซื้อ folk master มาฝึก จะเป็นการเสียเงินเปล่าหรือไม่ ถึงจะราคาถูกแต่เมื่อต้องซื้อหลายๆคีย์ก็หลายบาทเอาการ โดยเฉพาะถ้าซื้อมาแล้วเล่นไม่เป็น

    ตอนนี้เลยมองไปที่ Chromatic ของ suzuki ชุด scx เป็นอีกทางเลือก ถึงแม้จะราคาสูงแต่ก็น่าสนใจ จึงขอเรียนปรึกษาท่าน Harmonicafe เพิ่มเติมดังนี้

    1 Chromatic scx 56,64 มีเฉพาะคีย์ c เพียงพอที่จะเล่นเพลงส่วนใหญ่หรือไม่
    2 สมมุติถ้าท่าน Harmonicafe ต้องเลือกซื้อ 1 ตัว จะเลือกซื้อตัวไหนครับ

    ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำครับ

  4. harmonicafe พูดว่า:

    ยินดีตอบทุกคำถามที่ผมพอจะทราบครับ
    Chromatic scx 56 ก็เหลือเฟื่อครับ (ตัวผมยังใช้แบบ 48 อยู่เลย)
    เครื่องที่ทำมาช่วงเสียงกว้างๆ คงทำมาสำหรับเล่นเพลง Classic
    เพราะเพลงธรรมดาถ้าเจอเสียงต่ำมาก (รูที่เพิ่มเป็นรูเสียงต่ำ) แค่ขยับเปลี่ยน Key เพลงก็เล่นได้แล้ว (หรือเลื่อน Octave เลยก็ได้ ผมทำบ่อย เพราะเราเล่นอยู่คนเดียว)

    Key C ตัวเดียวก็อยู่แล้วครับ แต่มีข้อแนะนำเพิ่มเติมนิดว่าชอบเพลงแนวไหนครับ
    ถ้าชอบ Blue เล่น Chromatic ถึงเล่นได้ก็จะขาดสำเนียงไปมาก (Chromatic ไม่ได้ออกแบบมาให้ Bending และเป่าคอร์ดไม่ดีเท่า Diatonic)
    แต่ถ้าชอบ Pop หรือยิ่ง Jazz นี่มันสสส์เลย Chromatic มันส์มาก (แต่ผมเป่าไม่ได้หรอกมันยากเกินความสามารถผม)

    ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ก็ซื้ออย่างละตัวซิครับ เล่นเป็นความบันเทิงส่วนตัว Diatonic Key C ตัวเดียวก็พอ (ไปเจอเพลง Key อื่นก็เอา Chromatic มาเล่น)
    ผมซื้อ Manji จากคุณต้อม Lot แรกเมื่อเดือน มีนา ตอนนั้นยังมีอยู่เป็นโหล แสดงว่าไม่กี่เดือนขายหมด…โอโห้ คนไทยก็เล่น Harmonica กันเยอะเหมือนกันแฮะ…ไม่รู้ไปแอบอยู่ที่ไหนกันหมด

    ขอให้มีความสุขกับการเล่น Harmonica ครับ

    • เติ๊ส พูดว่า:

      คือผมทำตามที่บอกข้างบนไม่ได้อะครับผมใช้ปากอม 4 ช่อง แล้วบังคับลิ้นให้ปิด 3 ช่องไม่ค่อยได้ถึงปิดได้
      ก็เป่าไม่ค่อยชัดโดยเฉพาะดูดนี่เสียงไม่ออกเลย ผมทำผิดตรงไหนหรือมันมีเทคนิคอย่างอื่นไหมครับ

      • harmonicafe พูดว่า:

        ตอบที่ถามให้สบายใจก่อน…มีเทคนิคอื่นที่ใช้แทนได้ครับ

        คราวนี้กลับมาเรื่องที่ทำไม่ได้…การใช้ลิ้นปิดช่องลมเรียกว่า Tongue block นั้นเป็นหนึ่งในวิธีมาตราฐานที่ใช้กันอยู่ของนัก Harmonica ลองไปดูตาม Link ด้านล่างนี้ครับ

        http://japharmonica.wordpress.com/2011/01/12/embouchure-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99-single-note/

        บางท่านอาจสงสัยว่าผมมัก Link อ้างอิงไปที่ Blog ของคุณ Jap ก็ขอเรียนชี้แจงว่า คุณ Jap ได้เรียบเรียงเนื้อหาการฝึกหัดไว้อย่างเป็นระบบดีมาก สามารถนำมาพิมพ์เป็นตำราได้เลย ซึ่งแตกต่างจากที่ผมเขียนใน Harmonicafe ‘s Blog ซึ่งเขียนตามใจฉัน ไม่มีระเบียบแบบแผน พอจะอ้างอิงถึงเรื่องใด แม้แต่ตัวผมเองยังไม่รู้เลยว่าเขียนไว้ตรงไหน อยู่ในส่วนเนื้อเรี่อง หรือ comment หาไม่เจอ …Harmonicafe ‘s Blog จึงเหมาะกับการอานไปเรื่อยๆ คุยกัน ถามกัน แนะนำแบบช่วยๆ กันไปทำนองนั้นมากกว่าครับ แต่ถ้าตั้งใจหาก็เจอเรื่องที่ต้องการเหมือนกันครับ

        กลับมาที่การฝึก หลังจากพูดคุยกับผู้สนใจเล่น Harmonica มาเกือบสองปีสรุปได้ว่า Tongue block เป็นวิธีที่ยาก ที่พูดคุยผ่านมาคนที่เข้า Blog แล้วหัดวิธีนี้สำเร็จ (หมายถึงเป่า single Note ได้ และ Bend เสียงได้ด้วย) ผมคิดว่ามีไม่เกิน 4 คน ผมจึงเกิดอาการใจฝ่อไปพอสมควรที่จะแนะนำวิธีนี้ให้กับมือใหม่ เพราะมันเหมือนผลักให้เค้าไปเจอเรื่องยากๆ จนอาจเลิกเล่นไปในที่สุด แต่ที่ยังคงบทความไว้ก็เนื่องมาจากผมหัด และเล่นด้วยวิธีนี้ (เนื่องจากเมื่อก่อนไม่ทราบว่ามีวิธีอื่น ทู่ซี้เป็นปีๆ จนเล่นได้) และมันเล่นได้จริง มีสอนในโรงเรียนดนตรี (ต่างประเทศ) จริง และอยากให้ลองดูก่อนเพราะมีประโยชน์จริงๆ แต่ถ้าทำอย่างไรก็เล่นไม่ได้…อย่าท้อครับ ลองเลือกวิธีอื่นใน Link ที่แจ้งด้านบนครับ มีหลายท่านแล้วที่เลือกวิธีที่แตกต่างกับผม และเล่นได้ดีกว่าผมด้วยซ้ำ…ลองดูครับ

  5. มานะ พูดว่า:

    ไม่ทราบว่าคุณ Prakarn ตอนนี้เล่นตัวไหนอยู่ คุณ Prakarn เหมือนผม ตอนแรกไปซื้อ Honer Silver star ราคา 350 บาท มาเล่น เล่นเอาจะถอดใจเหมือนกัน กินลม เป่ายาก โชคดี ที่ไปได้ Hohner Marine Band key C มาโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงทำให้รู้ว่า Diatonic Harmonica เป่าไม่ยาก เดี๋ยวนี้ผมเทใจให้ Diatonic Harmonica เต็มตัว ผมมีทั้ง Tremolo รุ่น Oclean Star (ใหม่เอี่ยม) และ Chromatic ของ Hohner รุ่น Super Chromatica (มือสอง) สภาพยังดีมาก ก็พยายามหยิบมาเล่นทดสอบอยู่เรื่อยๆ ก็ยังเทใจให้ Diatonic อยู่ดี ข้อดีอีกประการของ Diatonic คือ พกพาง่าย ติดตัวไปได้ตลอดเวลา มีเวลาเมื่อไรก็หยิบมาเล่น เพื่อเติมเต็มให้กับอารมร์ตัวเอง ตอนนี้ที่ผมเล่นอยู่ Hohner Marine Band , Hohner Special 20 , Suzuki Maji ผมว่าใช้ได้ทุกตัว ไม่ต่างกันมาก หากยังไม่มีไว้ครอบครอง ลองหามาสักตัว แล้วจะรัก Diatonic Harmonica มากขึ้น

  6. มานะ พูดว่า:

    – เรียนคุณเติ๊ส คุณไม่ได้ผิดตรงไหนหรอกครับ ผมเมื่อตอนฝึกใหม่ๆ ก็เป็นเช่นนี้ ต้องทำไปเรื่อยๆครับ เดี๋ยวก็จะทำได้เอง
    – สำหรับผู้เริ่มต้น ผมอยากแนะนำการคาบแบบ Lip block วิธีการคาบก็คาบ Harp ให้เต็มปาก(คาบให้ลึกๆ)เหมือน tongue block แหละครับ ไม่ต้องใช้ลิ้น เพียงแต่บีบริมฝีปากให้แรงขึ้นสักนิดหนึ่ง แล้วบิดตัว Harp ให้ทำมุมขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ได้เสียงเป็น Single note เมื่อทำวิธีนี้ได้แล้ว สามารถเป่าแบบ tongue block ได้เลย เพียงแต่เอาลิ้นไปปิดด้านซ้าย แล้วใช้ลิ้นทำจังหวะเหมือนการตีคอร์ดของกีต้าร์ สนุกครับ หัดเล่นดนตรีต้องใจเย็นๆ อย่าใจร้อน ค่อยๆฝึกครับ ผมเองใช้เวลาฝึกการคาบเพื่อให้ได้ Single note กว่าจะทำได้ก็ร่วมครึ่งเดือน กว่าจะคล่องก็ร่วมเดือน

  7. มานะ พูดว่า:

    – เห็นด้วยกับ คุณ Hamonicafe วิธีการเป่าแบบ Tongue block เป็นวิธีที่มีประโยชน์มาก สามารถสร้างเทคนิค เสียงแปลกๆ ได้มากมาย เพียงแต่ฝึกยากสักนิดหนึ่ง ต้องใช้ความพยายาม ผมเองก็ฝึกอยู่ กำลังจะทำ Clip เพลงที่เป่าแบบ Tongue block

  8. jirawut พูดว่า:

    Harmonica แบบ Diatonic เจอเพลงคีย์ Gm เราใช้ Diatonic คีย์ไหนเล่น ใช้คีย์ G เล่นหรือเปล่าครับ

  9. harmonicafe พูดว่า:

    Gm มี 2b ใช่ไม๊ครับ (คือในบทเพลงติดแฟลต 2 ตัวที่เสียง B และ E) ก็ใช้ Harp Key Bb เล่นครับ
    ผมใช้เปิด Circle of fifth ดู เนื่องจากไม่แม่นทฤษฎีดนตรีเท่าไหร่
    ถ้าผิดพลาดต้องขออภัยด้วยครับ

  10. jirawut พูดว่า:

    หวัดดีครับพี่ธีร์ คือว่ากำลังลองเล่น Harmonica แบบ Diatonic ดูบ้างนะครับ ไปซื้อมามีคีย์ C A D E F G ครับ เปิดหนังสือเพลงๆ ชาวนาอาลัย ไม่มีโน้ตมีแต่คอร์ดเขาบอกว่ามันเป็น คีย์ Gm ครับจะไว้แจมในวงสุรา เพลงนี้เพื่อนชอบร้อง ผมสงสัยว่าควรใช้ Harmonica คีย์อะไรเล่นเพลงจำพวกที่มี m ตามหลังนะครับ

    • harmonicafe พูดว่า:

      ใส่รูปใน comment ยังไงก็ไม่รู้…ทำไม่เป็น ลองกดดูรูป circle of fifth ด้านล่างดูน่ะครับ
      ตัว m ที่ตามมาระบุว่าเป็น minor นั้นคือ Key G minor
      จะพบว่าตรงกับเครื่อง Bb ครับ (ถ้าผิดพลาดผู้รู้ช่วยสั่งสอนด้วยครับ)
      Key อื่นก็ใช้หลักการเดียวกันครับ วงนอกคือ Major วงในคือ Minor

      ซึ่งจาก Harp ที่ซื้อมาไม่มี Key Bb ก็คงต้องใช้ Key F เพราะใกล้เคียงที่สุด กล้อมแกล้มไป แต่ก็ต้อง Bend เสียงมากขึ้นพอสมควรครับ

  11. jirawut พูดว่า:

    ขอบคุณครับพี่ธีร์

  12. มานะ พูดว่า:

    – จะเล่นเพลง key Gm ให้ใช้ Harp key F เล่นที่ตำแหน่ง 3rd position คือเริ่มเพลงโดยการดูดที่ช่อง 4 หลักการของการเล่น เพลง key minorคือ ใช้ Harp ที่ถัดลงมา 1 เสียงเต็ม แล้วเริ่มเพลงที่ 3 rd position ครับ

  13. jirawut พูดว่า:

    ใช้คีย์ F เล่นเพลงคีย์ Gm ได้เลื่อนไหลขึ้นเยอะเลย หลังจากที่พยามยามใช้คีย์ G และ C ลองเล่นอยู่ตั้งนานแต่มันตะกุกตะกักยังไงก็ไม่รู้ เพลงคีย์ G ใช้เล่นเพลงคีย์ Gm ไม่ได้ แล้วเพลงที่ใช้คีย์ Am Cm Em ฯลฯ ใช้ Harp คีย์อะไรเล่นหว่า???? พยายามหาอ่านอยู่แต่หาไม่ค่อยเจอ แหะ ๆ circle of fifth โน้ตบรรทัดผมดูไม่เป็น ขอขอบคุณพี่ธีร์และพี่มานะอีกครั้งครับ

  14. jirawut พูดว่า:

    จะเขียนว่า Harp คีย์ G ใช้เล่นเพลงคีย์ Gm ไม่ได้ (เขียนผิดเป็นเพลงคีย์ G ใช้เล่นเพลงคีย์ Gm ไม่ได้ ) กลัวอ่านแล้วงง.ผมมองหาที่จะแก้ไขคำไม่เจอครับ

  15. มานะ พูดว่า:

    – หลักการง่ายครับ การเล่น เพลง key minor ให้ใช้ Harp key ที่ต่ำกว่า key เพลง ๑ เสียงเต็ม แล้วเริ่มเล่นโดยการดูดที่ช่อง ๔ ดังนั้นเพลง key Am ก็ต้องใช้ Harp G ส่วนเพลง key Cm ก็ต้องใช้ Harp key Bb เนื่องจาก โน๊ต B กับ C ห่างกันเพียงครึ่งเสียง จึงต้องเลื่อนลงไปอีกครึ่งเสียง เป็น Bb ส่วนเพลง Em ก็ต้องใช้ Harp key D หากเพลง key Fm ก็ต้องใช้ Harp key Eb อธิบายเช่นเดียวกับ เพลง key Cm
    – จริงๆแล้ว หากท่านจะเล่น Harp โดยไม่ได้เล่นพร้อมกับ Backing track หากเพลงเป็น key mionor ท่านจะใช้ Harp key ไหนเล่นก็ได้ เพียงแต่ให้เริ่มเล่นโดยการดูดที่ช่อง ๔ หากท่านใช้ Harp key C เสียงเพลงที่ออกมาก็จะเป็นก็จะเป็น key Dm หากใช้ Harp key F เสียงเพลงที่ออกมาก็เป็น key Gm หากใช้ Harp key A เสียงเพลงที่ออกมาก็เป็น Bm ท่านก็สามารถเลือก Harp ที่ key เดียวกับเสียงของท่านได้ เช่นผม มีเสียงอยู่ที่ Eb หากมีเพลง เป็นkey minor ผมก็จะใช้ Harp key Db เล่น ก็จะได้เพลงออกมาเป็น key Ebm ตรงกับเสียงร้องของผม ทำให้ร้องได้ง่าย
    – หากภาษาอังกฤษแข็งแรงดี ให้เข้าไปที่ http://www.wichai.net/home1.html เลือกหัวข้อ ห้องหนังสือลุงน้ำชา อยู่ทางด้านซ้ายล่างของหน้า web ใช้ username : member และ password :namcha เพื่อ download หนังสือ BUILDING HARMONICA TECHNIQUE เรื่อง playing position จะอยู่ตั้งแต่ หน้า ๔๘ ลองอ่านดูครับ จะได้ความรู้มาก

  16. มานะ พูดว่า:

    – ผมข้ามไปนิดหนึ่ง พอเข้าไปที่ ห้องหนังสือลุงน้ำชา แล้ว ให้เลือกหัวข้อ ฮาร์โมนิกา แล้วจึงหาหนังสือ BUILDING HARMONICA TECHNIQUE

  17. taworn พูดว่า:

    อย่างนี้ได้ไหมครับ Am ให้ไล่เสียงที่ Key C โน้ต ลา เป็นตัวที่หนึ่ง ส่วนตัวที่เจ็ดใ้ห้เพิ่มอีกครึ่งเสียง โดยวิธีฺำื
    bend โน้ตตัว ลา ลงครึ่งเสียง จะเป็นดังนี้ครับ ลา ที โด เร มี ฟา ซอล# ( ลาb ) ลา

  18. harmonicafe พูดว่า:

    ผมไม่รู้ลึกๆ เกี่ยวกับเรื่อง Scale เท่าไหร่
    เลยงงครับ ตอบไม่ถูก แต่โน้ตใน Key Am คือ
    A BC D EF G A

    คือไม่เข้าใจว่าทำไมต้องติด b ที่ A ครับ

  19. taworn พูดว่า:

    เป็น Scale ของ minor ครับ เช่นเดียวกับ Dm ตัวที่เจ็ดต้องเป็น C# Chord ที่ห้าของKey Dm จึงเป็น A7 ใน Key Am chord ตัวที่่ห้าก็เป็น E7

  20. harmonicafe พูดว่า:

    ขอบคุณครับ
    ขอกลับไปศึกษาเพิ่มเติมก่อน…กลัวเขียนอะไรผิดลงไปครับ

  21. มานะ พูดว่า:

    – แบบที่คุณ Harmonicafe ว่า เป็น Natural minor scale A BC D EF G A
    – แบบที่คุณ taworn ว่า เป็น Harmonic minor scale A BC D EF G#A
    – ตามที่คุณ taworn ว่าไว้ key Am สามารถใช้ Harp key C เล่นได้ เพียงขึ้นโน๊ตตัวแรก โดยการ bend ให้ได้เสียง A ที่ช่อง 3 จากนั้น โน๊ตก็เป็น Natural minor scale ตรงๆ เลย ผมจะลองเล่นดู
    – หากใช้ Harp key G ก็ต้อง bend ที่ ดูดช่อง 7 (F#) เพื่อให้ได้โน๊ต F

  22. harmonicafe พูดว่า:

    ขอบคุณพี่มานะครับ
    เมื่อก่อนคิดอยู่ว่าจะมี Scale หลากหลายไปทำไม พอศึกษาถึงทราบว่าแต่ล่ะ Scale ให้อารมณ์กับเพลงไม่เหมือนกัน…อย่าง Major Scale กับ Minor Scale นี่จะชัดเจนเลยว่าให้ความรู้สึกสนุกกับ เศร้าๆ ต่างกันชัดเจน

    แต่ผมยังไม่มีความรู้มากพอที่จะเห็นความแตกต่างของ Natural minor scale กับ Harmonic minor scale และอีกหลากหลาย Scale เหลือเกิน จึงรู้สึกว่าเล่นเหมือนที่เคยเล่น (มีโน้ตมาไงก็เล่นไปตามโน้ต) จะปวดหัวน้อยกว่า (ก็เลยย่ำอยู่อย่างนี้ไม่พัฒนาไปไหน)

  23. taworn พูดว่า:

    ขอบคุณทั้งสองท่าน คือคุณ harmonicafe และคุณมานะ ที่มาช่วยกันเสริม เรื่อง scale นี้สนุก ทำให้ผู้รู้แต่งทำนองเพลงได้หลากหลาย เช่นเพลง up up and away แต่เล่นยาก

  24. มานะ พูดว่า:

    – ผมเองก็ไม่ทราบความแตกต่างในการนำมาใช้ของ Natural minor scale กับ Harmonic minor scale ว่าใช้แตกต่างกันอย่างไร พอดีมีหนังสือทฤษฎีดนตรี จึงหยิบขึ้นมาอ่านเพื่อหาคำตอบเท่านั้นเอง แต่ผมประหลาดใจ โน๊ต เพียง ๗ ตัว สามารถทำให้เกิดเพลงได้เป็น ล้านเพลง

  25. harmonicafe พูดว่า:

    ดนตรี (บริสุทธิ์) เป็นภาษาสากล
    เล่นก็สนุก คิดก็สนุก ยิ่งเล่น ยิ่งคิด สมาธิยิ่งนิ่ง

    ดนตรีพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ และชิวิตให้กับเด็กได้อย่างดียิ่ง
    เพิ่งมีตัวอย่างจากเด็กโรงเรียนสวนลุมพินี (โรงเรียนสังกัดหน่วยงานของรัฐ) ในชุมชนแออัด
    อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แย่ (ทุกวันนี้ไม่ว่าที่ไหน สังคมมันก็แย่ลงหมด) แต่มีคุณครูจิตอาสาเข้าไปสอนดุริยางค์ มีเครื่องเล่นไม่กี่ชิ้นต้องผลัดกันฝึก ผลัดกันเล่น จะแข่งขันต้องไปยืมเครื่องที่อื่นมาเล่น

    ดนตรีทำให้เด็กรักดี มุ่งมั่น จนสามารถคว้าแชมป์ระดับนานาชาติมาได้ (ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีจาก สิงห์ บุญรอดบิวเวอรี่)

    ถึงไม่ได้หยิบมาเล่นนัก แต่ผมก็อิ่มใจทุกครั้งที่นึกถึงดนตรี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s